เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
ดูทั้งหมด

สงครามอิหร่าน 7 เม.ย.2026 ทรัมป์ยกระดับขู่ แต่พึ่งการทูตเปิดฮอร์มุซ หลังถูกปฏิเสธดีลหยุดยิง

07 เม.ย. 2569 | 13:06น.

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปพัฒนาการสงครามอิหร่าน ทั่วโลกจับตาอีกครั้งกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐแถลงอย่างแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น ย้ำเงื่อนไขการเจรจาข้อตกลงที่ฝ่ายสหรัฐยอมไม่ได้เด็ดขาดคือ อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเสรี ภายใต้เดดไลน์เดิม ทั้งยังบอกอีกว่าไม่กังวลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม หลังจากอิหร่านปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวย้ำว่า ทุกข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงใด ๆ ที่ทำกับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ขนส่งน้ำมันและอื่น ๆ ได้เสรี มิฉะนั้นจะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าอิหร่านไม่ให้เหลือซากจนใช้ไม่ได้ตลอดไป

ถือเป็นการยกระดับการข่มขู่ที่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิหร่าน หากข้อเรียกร้องของเขาไม่ได้รับการตอบสนองก่อนถึงกำหนดเส้นตาย

ผู้นำสหรัฐย้ำเส้นตายวันอังคารที่ 7 เม.ย.เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 07.00 น.ของวันพุธที่ 8 เม.ย. เวลาไทย ในการเริ่มโจมตี โดยกล่าวว่า กองทัพสหรัฐสามารถทำลาย “สะพานทุกแห่งในอิหร่านได้ภายในเที่ยงคืนของวันพรุ่งนี้ (วันอังคารที่ 7 เม.ย. เวลาท้องถิ่น )” โรงไฟฟ้าจะ “ลุกไหม้ ระเบิด และไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป” เขากล่าว

“ผมหมายถึงการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ภายในเที่ยงคืน และจะใช้เวลาสี่ชั่วโมงหากเราต้องการ” เขากล่าว แต่บอกอีกว่า “เราไม่ต้องการให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”

แม้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนเป็นสิ่งต้องห้ามตามอนุสัญญาเจนีวา แต่ทรัมป์ระบุว่า “ไม่กังวลแม้แต่นิดเดียว” ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างเช่นโรงไฟฟ้า ซึ่งขัดอนุสัญญาเจนีวา อาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามได้

ทรัมป์กล่าวว่า “เป็นไปได้ยากมาก” ที่เขาจะเลื่อนกำหนดเส้นตายอีกครั้ง หลังเลื่อนการโจมตีมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเลื่อนออกไป 5 วันและต่อมาเลื่อนออกไปอีก 10 วัน

กำหนดเส้นตายที่ประธานาธิบดีกำหนดขึ้นเองถือเป็นช่วงเวลาสำคัญล่าสุดในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเดือนที่สองแล้ว ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนและก่อให้เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ที่สุดในตลาดน้ำมันโลก ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามหาทางออกให้กับความขัดแย้งนี้ ซึ่งชาวอเมริกันเผชิญราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ที่น่าสังเกตและกลายเป็นลักษณะประจำของทรัมป์ไปแล้ว คือในการแถลงข่าวคำกล่าวของทรัมป์ผสมปนเปทั้งการข่มขู่กับการประเมินในแง่ดีเกี่ยวกับการเจรจาทางการทูต แม้ว่าก่อนหน้านี้อิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและเรียกร้องให้ยุติสงครามอย่างถาวรแทน โดยทรัมป์กล่าวว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี มีส่วนร่วมในการเจรจา และยังกล่าวถึงสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐประจำตะวันออกกลาง ซึ่งพยายามแสวงหาข้อตกลงกับอิหร่านมาก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะเริ่มสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หลังจากการยกระดับคำขู่ของทรัมป์ฝ่ายอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ทุกการโจมตีจากสหรัฐและอิสราเอล โดยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคต่อไป

อิหร่านปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ก่อนหน้าการแถลงข่าวของทรัมป์ล่าสุดนี้ IRNA ซึ่งเป็นสำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานเมื่อ 6 เม.ย.ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงผ่านปากีสถานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งว่า อิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและต้องการให้เป็นข้อตกลงหยุดยิงถาวร เพราะไม่ต้องการให้สหรัฐและอิสราเอลซื้อเวลาเพื่อเตรียมสู้รบต่อไป นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขของความพยายามในการฟื้นฟูและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร นอกเหนือจากพิธีสารหรือระเบียบพิธีการเพื่อรับรองการผ่านแดนอย่างปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านกล่าวว่า จะอนุญาตให้ปฏิบัติการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อได้รับการชดเชยความเสียหายจากสงครามแล้ว และยังคงโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำนักงานใหญ่ด้านน้ำมันของคูเวต

เว็บไซต์แอ็กซิออส (Axios) รายงานเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงว่า ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกีกำลังผลักดันให้มีการเจรจาหยุดยิงซึ่งอาจมีผลในระยะแรก 45 วัน เพื่อป้องกันการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอิหร่านจากสหรัฐและการตอบโต้จากอิหร่านต่อประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

ข้อตกลงมี 2 ระยะที่อาจนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร โดยอ้างแหล่งข่าวจากสหรัฐ อิสราเอล และภูมิภาค

ภายใต้ข้อเสนอนี้การหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ทันที เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยมีเวลา 15-20 วันในการสรุปข้อตกลงที่กว้างขึ้น ข้อตกลงนี้ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “ข้อตกลงอิสลามาบัด” จะรวมถึงกรอบการทำงานระดับภูมิภาคสำหรับช่องแคบ

แหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายคาดว่าจะรวมถึงข้อผูกพันของอิหร่านที่จะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและการยกเลิกทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ กระทั่งล่าสุดอิหร่านปฎิเสธข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวตามข้างต้น

อิสราเอล-อิหร่านแลกหมัดโจมตีโรงงานปิโตรเคมี พุ่งเป้ายักษ์ SABIC ของซาอุดีฯ

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลโจมตีโรงงานปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านที่เมืองอาซาลูเยห์ จังหวัดบูเชห์ร เมื่อ 6 เม.ย. ซึ่งเขาระบุว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน

สำนักข่าวทัสนิมรายงานว่า บริษัทที่ให้บริการไฟฟ้า น้ำ และออกซิเจนแก่เมืองอาซาลูเยห์ถูกโจมตี แต่บริษัทปิโตรเคมีพาร์สไม่ได้รับความเสียหาย โดยระบุเพิ่มเติมว่า การจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโรงงานปิโตรเคมีทั้งหมดในอาซาลูเยห์ถูกตัดขาดแล้ว

ทั้งนี้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอิสราเอลโจมตีแหล่งพลังงานหลักของอิหร่าน คือแหล่งก๊าซเซาต์พาร์สและโครงสร้างพื้นฐานที่ศูนย์กลางการแปรรูปในเมืองอาซาลูเยห์ที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดอิหร่านโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง

ขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า เมื่อคืนของวันที่ 7 เม.ย. ขีปนาวุธและโดรนที่เชื่อว่าเป็นของอิหร่านโจมตีโรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเมืองจูไบล์ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโรงงานลักษณะเดียวกันในอิหร่านถูกโจมตี“การโจมตีทำให้เกิดไฟไหม้ที่โรงงานของบริษัท Saudi Basic Industries Corporation (SABIC)

ในจูไบล์ เสียงระเบิดดังมาก” แหล่งข่าวกล่าว ทั้งนี้ จูไบล์ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียเป็นที่ตั้งของเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเหล็ก น้ำมันเบนซิน ปิโตรเคมี น้ำมันหล่อลื่น และปุ๋ยเคมี

ทางการซาอุดีฯ โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่า สกัดขีปนาวุธได้ 7 ลูก และเศษซากจากการสกัดตกลงมาใกล้กับบริเวณสิ่งก่อสร้างด้านพลังงาน

UNSC โหวตร่างมติเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 7 เม.ย. เวลา 11.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐ ตรงกับเวลา 22.00 น.ของวันเดียวกัน ตามเวลาไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนเดดไลน์ที่ทรัมป์กำหนดโจมตีอิหร่าน หากไม่บรรลุข้อตกลง โดยตรงกับเวลาราว 07.00 น.ของวันที่ 8 เม.ย. ตามเวลาไทย โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) คาดว่าจะลงคะแนนร่างมติซึ่งสนับสนุนอย่างยิ่งให้รัฐที่ต้องการใช้เส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ประสานงานความพยายามในเชิงป้องกันเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและความมั่นคงของการเดินเรือข้ามช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการคุ้มกันเรือสินค้าและเรือพาณิชย์

ร่างมติดังกล่าวเรียกร้องให้ 1) อิหร่านยุติการโจมตีเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ทั้งหมดโดยทันที และยุติความพยายามใด ๆ ในการขัดขวางการผ่านแดนหรือเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบ และ 2) เรียกร้องให้ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึง 3) โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและโรงงานผลิตน้ำจืด ตลอดจนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ ร่างข้อความดังกล่าวเสนอโดยบาห์เรนโดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐสมาชิกของคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) ซึ่งประกอบด้วยบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมถึงจอร์แดน

บาห์เรนได้ปรับลดข้อเสนอเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งลงอย่างมาก ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากจีนและรัสเซียเกี่ยวกับการอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ใช้กำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ซึ่งอิหร่านได้ปิดกั้นการขนส่งทางเรือทั่วโลกเป็นส่วนใหญ่

ร่างสุดท้ายของข้อเสนอ ซึ่งสำนักข่าวเอพีได้รับเมื่อ 2 เม.ย. อนุญาตให้ดำเนินการป้องกันตนเอง แต่ไม่ใช่การโจมตี เพื่อให้แน่ใจว่าเรือสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้น้ำมันหนึ่งในห้าของโลกโดยปกติจะผ่านเส้นทางเดินเรือนี้ ซึ่งการปิดกั้นของอิหร่านในช่วงสงครามได้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

ร่างฉบับแรกของบาห์เรนจะอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ “ใช้ทุกวิถีทางที่จำเป็น” ซึ่งเป็นถ้อยคำของสหประชาชาติที่จะรวมถึงการดำเนินการทางทหารที่เป็นไปได้ “ในช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน” เพื่อรักษาเส้นทางและยับยั้งความพยายามที่จะแทรกแซงการเดินเรือจากฝ่ายอิหร่าน

อุปกรณ์สื่อสารล้ำสมัยของโบอิ้งช่วยชีวิตนักบินอเมริกัน

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จากกรณีเครื่องบินขับไล่สหรัฐรุ่น F-15E ที่ตกเหนืออิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เม.ย.และลูกเรืออเมริกันสูญหายไปจำนวน 1 คน ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศรายนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว โดยฝูงเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินอื่น ๆ และหน่วยคอมมานโด ลูกเรือรายนี้ได้ใช้เครื่องมือสื่อสารมาตรฐานของบริษัทโบอิ้งเพื่อแจ้งเตือนเพื่อนร่วมกองทัพและส่งสัญญาณบอกตำแหน่งของตนเอง

“พวกเขามีอุปกรณ์ส่งสัญญาณแบบพกพาที่ทันสมัยมาก ซึ่งติดตัวอยู่ตลอดเวลา” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อ 6 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว เกี่ยวกับปฏิบัติการช่วยชีวิตนักบินที่ซับซ้อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

“เมื่อพวกเขาออกไปปฏิบัติภารกิจพวกเขาต้องแน่ใจว่ามีแบตเตอรี่เหลือเฟือและอยู่ในสภาพที่ดี และอุปกรณ์ชิ้นนี้ทำงานได้ดีมากอย่างน่าอัศจรรย์ ช่วยชีวิตเขาไว้ได้” ทรัมป์กล่าวถึงอุปกรณ์สื่อสารและนักบินที่หายไป ซึ่งประธานาธิบดีกล่าวว่า ได้ไปหลบภัย “ในเทือกเขาที่อันตรายของอิหร่าน”

อุปกรณ์ดังกล่าวคือเครื่องระบุตำแหน่งผู้รอดชีวิตและหลบหนีในการรบของโบอิ้ง (Boeing Combat Survivor Evader Locator : CSEL) กองทัพอากาศและกองทัพเรือสหรัฐได้ซื้ออุปกรณ์พกพาชนิดนี้ไปแล้วหลายพันเครื่องนับตั้งแต่เริ่มใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2015 ซึ่งตามเอกสารข้อมูลของกองทัพเรือระบุว่า เครื่องนี้ “ให้การสื่อสารข้อมูลแบบสองทางที่ปลอดภัย ครอบคลุมระยะไกล และเกือบเรียลไทม์ รวมถึงระบบระบุตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ทางทหารที่แม่นยำ และความถี่วิทยุและโหมดการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นเหนือวิทยุที่มีอยู่เดิม”