Caesars ไอคอนแห่งลาสเวกัสสตริป ถูกมหาเศรษฐี ‘เฟอร์ติทตา’ ซื้อกิจการ มูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท
ถือเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและคาสิโนระดับโลก เมื่อ “ทิลแมน เฟอร์ติทตา” มหาเศรษฐีเจ้าพ่อธุรกิจบริการและเจ้าของทีม NBA เข้าซื้อกิจการ Caesars ด้วยมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท เตรียมควบรวมอสังหาฯ Las Vegas Strip ผนึกเชนร้านอาหาร และคาสิโนในเครือ นักวิเคราะห์มองเชิงบวกคาดการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของลาสเวกัส
AP News ระบุว่า มหาเศรษฐีเจ้าพ่อธุรกิจบริการอย่าง “ทิลแมน เฟอร์ติทตา” (Tilman Fertitta) กำลังเข้าซื้อกิจการ Caesars Entertainment ด้วยมูลค่าเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการควบรวมกิจการในครั้งนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าจะเป็นการสร้างหนึ่งในจักรวรรดิการพนันและความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำความรู้จักจุดกำเนิด CAESARS
ธุรกิจเครือ Caesars ถือเป็นหนึ่งในชื่อที่ทรงอิทธิพลและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Las Vegas Strip และวงการคาสิโนโลก ‘ซีซาร์ส’ กลายเป็นชื่อระดับไอคอนนิกหลังจากเปิดตัวโรงแรม Caesars Palace บนถนน Las Vegas Strip ในปี 1966 ทว่ารากฐานของบริษัทนั้นต้องย้อนไปไกลถึงช่วงทศวรรษ 1930 ในเมืองรีโน รัฐเนวาดา
กว่าจะมาเป็นจักรวรรดิบันเทิงที่มีโรงแรมหรูระดับไอคอนนิกมากมายแบบในปัจจุบันนั้น เรามาชวนกันเปิดเรื่องราวของ ‘ซีซาร์ส’ ผ่านการควบรวมกิจการและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแต่ละยุคสมัย โดยสามารถสรุปเส้นทางประวัติศาสตร์ออกมาได้ดังนี้
จุดเริ่มต้นจากสองสายน้ำ
ประวัติศาสตร์ของ Caesars Entertainment ในปัจจุบัน เกิดจากการหลอมรวมกันของสองกลุ่มธุรกิจคาสิโนยักษ์ใหญ่
- สายของ Harrah’s (รากฐานยุคแรก) ย้อนกลับไปในปี 1937 ชายที่ชื่อ William F. Harrah ได้เปิดร้านบิงโกเล็กๆ ขึ้นที่เมืองรีโน รัฐเนวาดา ซึ่งต่อมาได้เติบโตกลายเป็นแบรนด์ Harrah’s คาสิโนระดับแนวหน้าที่มีชื่อเสียงเรื่องระบบการบริหารและการบริการที่เป็นมาตรฐาน
- กำเนิด Caesars Palace (ตำนานแห่งความหรูหรา) ในปี 1966 Jay Sarno ได้สร้างปรากฏการณ์บน Las Vegas Strip ด้วยการเปิดตัว Caesars Palace โรงแรมคาสิโนในธีมจักรวรรดิโรมันโบราณอันโอ่อ่า จุดประสงค์ของเขาคือต้องการให้แขกทุกคนที่ย่างกรายเข้ามา รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น “จักรพรรดิ” เหมือนกับคำว่า Caesar ซึ่งที่นี่กลายเป็นเสาหลักสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าความบันเทิงของลาสเวกัสไปตลอดกาล
ยุคแห่งการควบรวมครั้งใหญ่
แต่เดิมแบรนด์ Caesars และ Harrah’s แยกกันบริหารและเป็นคู่แข่งกันมานาน จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อช่วงปี 2005-2008
- ปี 2005 บริษัท Harrah’s Entertainment ได้เข้าซื้อกิจการของ Caesars Entertainment Inc. ด้วยมูลค่ามหาศาล ทำให้คาสิโนชื่อดังบน Strip หลายแห่งมารวมอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน
- ปี 2010 เพื่อสะท้อนถึงแบรนด์ที่ทรงคุณค่าและเป็นที่จดจำของผู้คนทั่วโลกมากที่สุด ทางบริษัท Harrah’s จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อองค์กรทั้งหมดเป็น Caesars Entertainment Corporation
การปฏิวัติโดย Eldorado Resorts
หนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อ Eldorado Resorts กลุ่มทุนคาสิโนที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากเมืองรีโนได้เข้าซื้อกิจการของ Caesars Entertainment Corporation ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าฝั่ง Eldorado จะเป็นผู้ซื้อและเข้ามาคุมบังเหียน แต่ด้วยความที่ชื่อ “Caesars” มีมูลค่าทางการตลาดและทรงอิทธิพลระดับโลกมากกว่า พวกเขาจึงเลือกที่จะใช้ชื่อบริษัทที่ควบรวมใหม่นี้ว่า Caesars Entertainment, Inc. และกลายเป็นบริษัทคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ณ ขณะนั้น
การเปลี่ยนผ่านสู่มือของมหาเศรษฐี ‘เฟอร์ติทตา’
ปัจจุบันบริษัททั้งหมดของเฟอร์ติทตา เขาเป็นผู้บริหารโรงแรม 9 แห่งบน Strip และยังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในอีกกว่า 12 รัฐทั่วประเทศ เฟอร์ติทตา ดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Fertitta Entertainment ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของคาสิโน Golden Nugget ในลาสเวกัส รวมถึงเชนร้านอาหารชื่อดังอย่าง Rainforest Cafe และ Morton’s ด้วย
นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอล NBA อย่าง Houston Rockets เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน Wynn Resorts และยังมีหุ้นใน DraftKings ซึ่งเป็นบริษัทพนันกีฬา ยิ่งไปกว่านั้น เฟอร์ติทตายังเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับพรรครีพับลิกันและดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศอิตาลี
ตามข้อตกลง Fertitta Entertainment จะจ่ายเงินสดราว 1.86 แสนล้านบาท และจะรับภาระหนี้สินเดิมของ Caesars อีกเกือบราว 3.91 แสนล้านบาท ส่งผลให้มูลค่ารวมของดีลนี้พุ่งสูงถึงประมาณ 5.74 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลง ทาง Caesars ยังได้รับสิทธิ์ในการแสวงหาหรือเปิดรับข้อเสนอซื้อกิจการจากรายอื่นที่ให้ราคาดีกว่าได้จนถึงวันที่ 11 กรกฎาคมนี้
ดีลนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของบริษัท แต่หากผ่านการเห็นชอบ การซื้อขายครั้งนี้จะสร้างหนึ่งในอาณาจักรเกมและการพนันที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วยรีสอร์ตคาสิโน 60 แห่ง แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ จุดรับพนันกีฬาทางหน้าร้านมากกว่า 200 แห่งผ่านแบรนด์ William Hill รวมถึงสถานประกอบการในเครือ Fertitta Entertainment อีกกว่า 600 แห่ง เช่น ร้านอาหารและสถานที่บันเทิงต่างๆ
นักลงทุนของ Caesars จะได้รับเงินสด 31 ดอลลาร์ต่อหุ้นที่ถืออยู่ ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่า (Premium) ถึง 49% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นก่อนที่จะเริ่มมีกระแสข่าวลือเรื่องการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่นี้ในเดือนกุมภาพันธ์
ราคาหุ้นของ Caesars Entertainment Inc. ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นแล้วถึง 15% นับตั้งแต่มีข่าวลือเรื่องการควบรวมกิจการ ได้ดีดตัวขึ้นอีกเกือบ 2% ก่อนตลาดเปิดทำการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
เดวิด ชวาทซ์ (David Schwartz) นักประวัติศาสตร์ด้านการพนันจากมหาวิทยาลัยเนวาดาแห่งลาสเวกัส (UNLV) กล่าวว่า การลงทุนของ Fertitta บน Las Vegas Strip ในครั้งนี้ สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อเมืองลาสเวกัส ซึ่งก่อนหน้านี้เคยต้องดิ้นรนอย่างหนักจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงผลกระทบจากนโยบายคนเข้าเมืองและมาตรการกำแพงภาษีของรัฐบาลทรัมป์ตามที่เจ้าหน้าที่บางส่วนเคยระบุไว้
ตามคำกล่าวของชวาทซ์
“เฟอร์ติทตาอยู่ในแวดวงลาสเวกัสมานานกว่า 20 ปีแล้วในตอนนี้ ดังนั้นผมไม่ได้จะบอกว่าเขาไม่ใช่ผู้บริหารคาสิโนนะ แต่เขายังมีพอร์ตธุรกิจอื่นๆ ที่นอกเหนือจากคาสิโนที่ใหญ่มากๆ อีกด้วย ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญ และอาจเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและน่าจับตามองจริงๆ”
ทางด้านสหภาพแรงงาน Culinary Workers Union Local 226 และ Bartenders Union Local 165 ซึ่งเป็นตัวแทนของคนทำงานในธุรกิจบริการมากกว่า 60,000 คนในเนวาดา ระบุว่าพวกเขามีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองบริษัท (ทั้ง Caesars และ Fertitta) และไม่คิดว่าสิ่งนี้จะทำให้ชีวิตพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป
สหภาพแรงงานระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า
“เราคาดว่าจะมีการหารือร่วมกันในระยะข้างหน้าเกี่ยวกับผลกระทบโดยรวมจากการซื้อกิจการครั้งนี้ และแม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดในตอนนี้ แต่จากความสัมพันธ์อันดีที่เรามีต่อทั้งสองบริษัท เรามั่นใจว่าเราจะยังคงรักษาความสัมพันธ์เชิงบวกนี้ต่อไปได้ในอนาคต”
หลังจากนี้ คาดว่าทิศทางของดีลระดับประวัติศาสตร์ดังกล่าวจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้นหลังผ่านพ้นเส้นตาย เพราะต้องดูผลการลงมติจากฝั่งผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐเนวาดา โดยการเปิดรับข้อเสนอแข่งขันจะต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 กรกฎาคม
หากทุกขั้นตอนลุล่วงไปได้ด้วยดี การเปลี่ยนผ่านมือของ Caesars Entertainment สู่จักรวรรดิธุรกิจของ “ทิลแมน เฟอร์ติทตา” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้แก่อุตสาหกรรมการพนันและความบันเทิงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นสัญญานบวกสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่ออนาคตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของลาสเวกัสในระยะยาวอีกด้วย