‘ทรัมป์’ แจ้ง ‘ปูติน’ ตกลงปล่อยน้ำมันดีเซล-คุมราคาพุ่งรับเลือกตั้งกลางเทอม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งว่าผู้นำรัสเซียตกลงเพื่อปล่อยน้ำมันดีเซลของรัสเซียให้สหรัฐและเข้าสู่ตลาดโลกเพื่อควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกำลังทำงานร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเพื่อปล่อยน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่พลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ใช้มานานหลายปี ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังหาทางควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ
ทรัมป์ประกาศเมื่อ 9 ตุลาคม เวลาท้องถิ่นว่า จะมีการปล่อยน้ำมันดีเซลล็อตแรกในเดือนนี้ โดยในเบื้องต้นรวมประมาณ 13.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่รัฐบาลรัสเซียออกแถลงการณ์อ้างคำพูดของปูตินที่กล่าวว่า รัสเซียพร้อมที่จะจัดหาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับตลาดสหรัฐและตลาดโลก ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐยังออกคำสั่งยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเชื้อเพลิงรัสเซียไปก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว
“นั่นเป็นปริมาณน้ำมันมหาศาลที่จะเข้ามาในประเทศของเรา และผมขอขอบคุณประธานาธิบดีปูติน” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว “และมันคือน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ”
น้ำมันดีเซล ซึ่งมักถูกขนานนามว่าเป็น “ม้างานของเศรษฐกิจโลก” เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากภาวะขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรงทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากพลังงาน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลทรัมป์กำลังดำเนินการหลายอย่างเพื่อลดราคา เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลให้ต้นทุนสำหรับเกษตรกรและผู้ขนส่งเพิ่มสูงขึ้น แต่ความเคลื่อนไหวของสรัฐต่อรัสเซียดังกล่าว อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านทางภูมิรัฐศาสตร์โดยที่ไม่ได้เพิ่มอุปทานจนมากพอที่จะลดราคาลงอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาน้ำมันดีเซลล่วงหน้าของสหรัฐลดลงหลังจากข่าวนี้ โดยซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4.66 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูงสุดตลอดกาลของฤดูกาล ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ทรัมป์ประกาศแผนการทยอยปล่อยผลิตภัณฑ์น้ำมันออกสู่ตลาด โดยเริ่มจากปริมาณ 2.25 ล้านบาร์เรลในเดือนตุลาคม 3.75 ล้านบาร์เรลในเดือนพฤศจิกายน และอีก 7.5 ล้านบาร์เรลในทันทีหลังจากนั้น ทางด้าน สำนักข่าว Tass รายงานโดยอ้างถึงอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานของประเทศ ยืนยันว่ารัสเซียพร้อมจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงตามจำนวนดังกล่าว โดยจะมีการปล่อยน้ำมัน 7.5 ล้านบาร์เรลในเดือนธันวาคม
ทรัมป์กล่าวเสริมว่า เมื่อพิจารณาจากสภาพของโรงกลั่นน้ำมันดีเซลของพวกเขา รัสเซียจะส่งมอบน้ำมันดีเซลจำนวน 3 ล้านตันภายในระยะเวลาอันสั้น (ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำมันประมาณ 22.5 ล้านบาร์เรล)
ไรอัน แมคเคย์ นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ TD Securities กล่าวว่า มีความกังวลว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียจะมีความพร้อมเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นหรือไม่
“ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องที่ว่าโรงกลั่นต่างๆ จะสามารถดำเนินการตามนั้นได้หรือไม่” แมคเคย์กล่าว McKay กล่าวว่า แม้จะมีการปล่อยน้ำมันตามที่สัญญาไว้ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็น่าจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการปล่อยน้ำมันล็อตแรกในเดือนตุลาคมที่มีปริมาณเพียง 2.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของปริมาณน้ำมันที่รัสเซียเคยส่งออกต่อเดือนก่อนที่ความขัดแย้งในยูเครนจะทวีความรุนแรงขึ้น
รีเบกกา โรบิน (Rebecca Babin) นักค้าพลังงานอาวุโสจาก CIBC Private Wealth Group กล่าวว่า น้ำมันจำนวนดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้บ้าง แต่อาจไม่ได้มีการส่งมอบจริงตามแผนทั้งหมด และปริมาณที่ได้รับมาก็อาจน้อยเกินไปหรือล่าช้าเกินกว่าจะแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ข่าวนี้อาจส่งผลให้ราคาขยับตัวในช่วงแรก แต่ก็ไม่ใช่ทางออกที่ตรงไปตรงมาหรือแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จแต่อย่างใด
ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐอยู่ที่ระดับ 6.28 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ณ วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยพุ่งเกิน 6.50 ดอลลาร์เมื่อเดือนกันยายน
ก่อนหน้านี้ รัสเซียดำเนินการภายใต้การห้ามส่งออกดีเซลที่เป็นผู้กำหนดขึ้นเอง หลังจากถูกโดรนของยูเครนโจมตีอย่างหนักเป็นเวลาหลายเดือน การโจมตีเหล่านั้นยังคงดำเนินต่อไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่รัสเซียกำลังเริ่มยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกดีเซลทันทีก่อนกำหนด
ข้อตกลงระหว่างทรัมป์และปูตินสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน
การโจมตีของรัสเซียต่อยูเครนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวในโพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กรุงเคียฟกำลังเผชิญกับปัญหาไฟฟ้าดับ โดยโรงพยาบาลและโรงเรียนเป็นหนึ่งในเป้าหมายของรัสเซีย
“การมอบของขวัญให้ปูตินจะไม่นำมาซึ่งสันติภาพหรือประโยชน์ใดๆ แก่โลกอารยะ” เซเลนสกีกล่าวในโพสต์บน X “รัสเซียจะ ‘ตอบแทน’ น้ำมันดีเซลด้วยการก่อการร้ายและการทรยศหักหลังครั้งใหม่ การปล่อยให้รัสเซียขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเปรียบเสมือนการลงทุนในสงครามที่ควรจะยุติลง ไม่ใช่ยืดเยื้อออกไป”
ชัค ชูเมอร์ แกนนำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวนี้เช่นกัน “ทรัมป์กำลังทำข้อตกลงกับปีศาจเพื่อพยายามกอบกู้สถานะทางการเมืองที่กำลังสั่นคลอนจากปัญหาราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ” ชูเมอร์กล่าวในโพสต์บน X
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทรัมป์จะเคยเรียกร้องให้ยูเครนยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซีย แต่ยูเครนกลับยกระดับการโจมตีสินทรัพย์ด้านน้ำมันของรัสเซียให้หนักหน่วงขึ้น เพื่อสกัดกั้นขีดความสามารถของเครมลินในการหาทุนและดำเนินสงครามต่อไป
“ยูเครนจะไม่จุดไฟเผาโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียหากรัสเซียไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเรา นี่คือข้อตกลงที่เราเสนอต่ออเมริกา และเราเชื่อว่าสหรัฐมีอำนาจมากพอที่จะทำให้เกิดข้อตกลงประนีประนอมเช่นนั้นได้” เซเลนสกีกล่าว
ทรัมป์ได้รับฟังความคิดเห็นของเซเลนสกีจากผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว และผู้นำสหรัฐตอบกลับว่า “เราเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็ง”