เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
กรมบัญชีกลาง แจงยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กทม. ปมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน
Finance กรมบัญชีกลาง แจงยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กทม. ปมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน
หนังโปรดเจ้าสัวซีพี จาก ‘หลานม่า’ ถึง ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’
Biz Movement หนังโปรดเจ้าสัวซีพี จาก ‘หลานม่า’ ถึง ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’
MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
Finance MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
ดูทั้งหมด

เทรนด์สื่อดิจิทัล “ควบรวม” ให้อยู่รอด

26 พ.ย. 2563 | 17:18น.
เทรนด์สื่อดิจิทัล

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้พัฒนาเข้าสู่ยุค “ดิจิทัล” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยีมากมายแค่ปลายนิ้ว ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในการเสพสื่อเปลี่ยนไป และเกิด “สื่อยุคใหม่” หรือที่เรียกว่า “ดิจิทัลมีเดีย”

แพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลที่นำเสนอเนื้อหาต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว พลิกโฉมหน้าการรายงานข่าวเป็นรูปแบบใหม่ นอกจากจะง่ายและสะดวกสำหรับคนอ่านแล้ว ผู้ผลิตสื่อเหล่านี้ก็สามารถผลิตดิจิทัลมีเดียออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ง่ายเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ความง่ายและสะดวกสบายในการผลิต “ดิจิทัลมีเดีย” หรือ “สื่อดิจิทัล” ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ รวมทั้งสื่อดั้งเดิมหันมาลงทุนผลิตแพลตฟอร์มดิจิทัลมีเดียมากยิ่งขึ้น การแข่งขันจึงสูงขึ้นมากเป็นเงาตามตัว กดดันให้บางบริษัทต้องใช้วิธี “ควบรวมกิจการ” จากที่เคยเป็น “คู่แข่ง” ก็เปลี่ยนมาเป็น “พันธมิตร” ให้สามารถแข่งขันกับบริษัทสื่อดิจิทัลรายอื่น ๆ ได้

ล่าสุดนิวยอร์กไทมส์รายงานว่าบริษัท “บัซฟีด อิงค์” บริษัทแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลชื่อดัง ประกาศซื้อแพลตฟอร์มสื่อ “ฮัฟโพสต์” ตามเทรนด์การควบรวมกิจการบริษัทสื่อดิจิทัลที่มีให้เห็นมากขึ้น อย่างปีที่แล้วบริษัทสื่อดิจิทัล “วอกซ์ มีเดีย” ได้ซื้อบริษัทนิตยสารออนไลน์ “นิวยอร์ก มีเดีย” ขณะที่บริษัท “ไวซ์ มีเดีย กรุ๊ป” ซื้อบริษัทกิจการสื่อดิจิทัล “รีไฟเนอรี่29”

“โจนาห์ เพอเรตี่” ซีอีโอบัซฟีด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “ฮัฟฟิงตัน โพสต์” (ชื่อเดิมของฮัฟโพสต์) ระบุว่าทั้ง “บัซฟีด” และ “ฮัฟโพสต์” จะร่วมกันบริหารจัดการเนื้อหาของทั้งสองแพลตฟอร์ม แต่ยังคงไว้ซึ่งวิสัยทัศน์ สไตล์การนำเสนอเนื้อหารูปแบบเดิม

แหล่งข่าวรายงานว่า ทั้งบัซฟีดและฮัฟโพสต์กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก โดยบัซฟีดเคยต้องปลดพนักงานถึง 15% หรือ 220 คน เมื่อปี 2019 และจากที่เคยขยายกิจการไปยังสหราชอาณาจักร (ยูเค) ออสเตรเลีย และอินเดีย ก็ต้องปิดตัวลงทั้งหมด เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน ส่วนฮัฟโพสต์ขาดทุนอย่างมากช่วงโควิด-19 ระบาด จนต้องปลดพนักงานเพิ่ม และเคยพยายามปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเป็นการขายสมาชิกรายเดือน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

นายโจนาห์กล่าวเกี่ยวกับข้อตกลงควบรวมกิจการว่า ต้องการให้ทั้งสองแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างต่างกัน เอื้อประโยชน์กันจากการแบ่งปันเนื้อหา ขณะเดียวกัน จะร่วมมือกันคิดค้นเนื้อหาที่น่าสนใจเพื่อให้สามารถขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น นำมาซึ่งสร้างรายได้จากการโฆษณาที่สูงขึ้นเพื่อแข่งกับรายใหญ่ในตลาดได้

คู่แข่งรายใหญ่ของบริษัทดิจิทัลมีเดียขณะนี้ คือ “เฟซบุ๊ก” และ “กูเกิล” ที่แย่งรายได้โฆษณาจากแพลตฟอร์มดิจิทัลมีเดียต่าง ๆ ไป อย่างบริษัทเฟซบุ๊กมีรายได้จากการโฆษณาถึง 6.41 แสนล้านบาท มีกำไร 2.38 แสนล้านบาท ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

และบริษัท กูเกิลของบริษัทแอลฟาเบต อิงก์ มีรายได้ 3.71 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการโฆษณา ขณะที่บริษัท “บัซฟีด” ขาดทุนตั้งแต่ปี 2014 และมีช่วงหนึ่งที่ “ฮัฟโพสต์” ไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้จนต้องปลดคนออก

นอกจากนี้ อีกสาเหตุที่ทั้งสองบริษัททำเงินได้น้อยลงมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และต้องการบริโภคสิ่งใหม่ ๆ ทั้งนี้ “สเตฟ ฟรอทซ์” อดีตโปรดิวเซอร์บัซฟีด กล่าวว่า ทางบริษัทต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทุกไตรมาสให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เมื่อเวลาผ่านไปเนื้อหาวิดีโอสีสันชีวิตซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบัซฟีดเริ่มไม่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ความนิยมของแพลตฟอร์มจึงลดลงเรื่อย ๆ และรายได้จากการโฆษณาก็ลดลงเช่นเดียวกัน

การควบรวมกิจการบริษัทสื่อแม้ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีการรวมตัวกันเพื่อผลทางด้านรายได้จากการโฆษณาเพิ่ม แต่ช่วงเวลานี้ที่ยักษ์ใหญ่อย่าง “เฟซบุ๊ก” และ “กูเกิล” ทำรายได้จากโฆษณาสูงกว่าบริษัทดิจิทัลมีเดียมาก ทำให้กิจการเหล่านี้ต้องควบรวมเพื่อความอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่สูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สื่อดิจิทัล