ท่องเที่ยวสิงคโปร์ชะงักอีกรอบ! หลังพบผู้ติดเชื้อโควิดบน “เรือสำราญ”
รัฐบาลได้หวังว่าโครงการ “ครูซ ทู โนแวร์” ซึ่งเป็นการล่องเรือสำราญโดยไม่มีจุดแวะพัก จะมาช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามก็ต้องเจอชะตากรรมเดียวกับ “แทรเวิ้ล บับเบิ้ล” ที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 ธ.ค.) ผู้โดยสารและลูกเรือบนเรือสำราญ “รอยัล คาริบเบี้ยน” ของประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด 1,700 คนต้องกักตัวเองภายในห้องหลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 บนเรือ ซึ่งเป็นชายอายุ 83 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่พาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา
หน่วยงานพัฒนาท่องเที่ยวสิงคโปร์ (STB) กล่าวว่าผู้โดยสารทุกคนได้รับการตรวจเชื้อโควิด-19 ล่วงหน้าไม่เกิน 3 วันก่อนขึ้นเรือสำราญ โดยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุการติดเชื้อ ซึ่งล่าสุดมีการตรวจเชื้อผู้โดยสารและลูกเรือที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยทุกคนใหม่อีกครั้ง และยังไม่มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มเติม

หลังจากแถลงการณ์ถึงมาตรการกักตัว กัปตันเรือประกาศขอโทษผู้โดยสารทุกคน พร้อมกับกล่าวว่าสถานการณ์นี้คงไม่ใช่สิ่งที่ได้วางแผนไว้
ทุกคนบนเรือจะยังคงต้องกักตัวจนกว่ากระบวนการ “คอนแทค เทรซิงค์” (contact tracing) หรือการติดตามการติดต่อของเชื้อจะสิ้นสุดลง
เรือสำราญนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ครูซ ทู โนแวร์” (cruise to nowhere) ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวบนเรือสำราญ โดยไม่มีการแวะลงเรือระหว่างทาง ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อที่จะฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19
ก่อนหน้านี้ ฮ่องกงกับสิงคโปร์ได้พยายามเริ่มโครงการ “แทรเวิ้ล บับเบิ้ล” (Travel Bubble) ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางระหว่างทั้งสองเมืองได้ อย่างไรก็ตามก็ได้ยกเลิกโครงการ 2 วันก่อนเริ่ม หลังจากโควิด-19 กลับมาระบาดที่ฮ่องกงอีกครั้ง