เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สหรัฐคว่ำบาตรทหารเมียนมา 10 คน “อายัด” ทรัพย์สิน 3 หมื่นล้าน

12 ก.พ. 2564 | 15:39น.

สหรัฐดำเนินมาตรการคว่ำบาตร ไม่ให้ผู้บัญชาการทหาร 10 คน ที่มีความเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารประเทศ สามารถเข้าถึงทรัพย์สินมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทในสหรัฐได้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวไชน่า นิวส์ เอเชีย รายงาน “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐ เซ็นรับรองคำสั่งพิเศษ “อายัด” สินทรัพย์สหรัฐ และไม่ให้ผู้บัญชาการทหารเมียนมา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ทั้งหมด 10 คน สามารถเข้าถึงสินทรัพย์เหล่านี้ภายในประเทศสหรัฐได้ โดยสินทรัพย์มีมูลค่าทั้งสิ้น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (30 หมื่นล้านบาท)

หนึ่งในบุคคลที่โดนมาตรการคว่ำบาตร ได้แก่ “พล.อ.มิน อ่อง ลาย” ผู้บัญชาการกองทัพเมียนมา ซึ่งตอนนี้เป็นผู้นำประเทศ และ พลเอก “เมีย ตุน อู” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกำลังวางมาตรการควบคุมบริษัทอัญมนี 3 แห่ง ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกองทัพเมียนมา

Photo by AUNG HTET / AFP

นอกจากนี้ “เจเน็ท เยลเลน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ถ้าหากยังคงไม่ปล่อยการยึดอำนาจ และยังคงก่อความรุนแรงต่อผู้ที่มาประท้วงอย่างสันติ สหรัฐจะวางมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ไบเดน แถลงการณ์ว่า จะมีมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเมียนมา และเรียกร้องให้กองทัพโอนคืนอำนาจไปยังรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งผ่านระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนทั่วเมียนมาออกมาประท้วง แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารของกองทัพเมียนมา และการเข้าไปคุมตัว “อองซาน ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) รวมถึง สมาชิกภายในพรรคเอ็น แอล ดี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

โดยในบางจุด กองทัพและตำรวจเมียนมาได้ยิงกระสุนยางและฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วง และได้มีการจับกุมผู้คนที่ออกมาประท้วงอีกด้วย

“พล.อ.มิน อ่อง ลาย” เคยกล่าวว่าต้องรัฐประหารประเทศ เนื่องจากทางคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้งล้มเหลวในการตรวจสอบความผิดปกติในผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง และทางพรรคการเมืองไม่ได้หาเสียงอย่าง “ยุติธรรม” ซึ่งผลการเลือกตั้งจากครั้งนั้น “อองซาน ซูจี” รวมทั้งสมาชิกพรรคชนะขาดลอย