เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
Economic ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
จับ มือถือ-แท็บเล็ต เถื่อน ไลฟ์สดขายถูก ไม่ตรงปก
Tech จับ มือถือ-แท็บเล็ต เถื่อน ไลฟ์สดขายถูก ไม่ตรงปก
XPENG ลงทุนเพิ่มเสริมแกร่งงานบริการหลังการขาย รับ EV บูม คาดยอดขายแตะ 10,000 คัน 
EV XPENG ลงทุนเพิ่มเสริมแกร่งงานบริการหลังการขาย รับ EV บูม คาดยอดขายแตะ 10,000 คัน 
กลับมาอีกครั้งในรอบ 28 ปี! มังงะในตำนาน ‘GTO’ กลยุทธ์การตลาด Nostalgia
Business กลับมาอีกครั้งในรอบ 28 ปี! มังงะในตำนาน ‘GTO’ กลยุทธ์การตลาด Nostalgia
‘อนุทิน’ ย้ำจุดยืนไทยยึด ‘นโยบายจีนเดียว’ หลังไต้หวันผิดหวัง รัฐบาลไทยเห็นพ้องถ้อยแถลง
Uncategorized ‘อนุทิน’ ย้ำจุดยืนไทยยึด ‘นโยบายจีนเดียว’ หลังไต้หวันผิดหวัง รัฐบาลไทยเห็นพ้องถ้อยแถลง
การบินไทย ตามรอยตำนานวิเชียรมาศ ‘น้องเว’ ปูทางมาสคอตสร้างฐานลูกค้าเจนใหม่
Biz Movement การบินไทย ตามรอยตำนานวิเชียรมาศ ‘น้องเว’ ปูทางมาสคอตสร้างฐานลูกค้าเจนใหม่
จ่อชง ครม.  ” 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา” วางมาตรการ​สกัดทุจริตภาครัฐ​
Politics จ่อชง ครม. ” 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา” วางมาตรการ​สกัดทุจริตภาครัฐ​
กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
Economic กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
Biz Movement สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
Economic วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
ดูทั้งหมด

มาตรการด่วน ครม.เศรษฐกิจเฉพาะกิจ แก้หนี้ เกษตรกรขาดทุน วิกฤต SMEs

11 ส.ค. 2565 | 14:52น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

คกก.เฉพาะกิจไฟเขียว แผน Quick win-Follow-up ฉาย 4 ฉากทัศน์วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประยุทธ์ รับปากต่ออายุมาตรการช่วยเหลือ-รัฐบาลทำให้ดีที่สุด

วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2565 ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบแนวทางเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการระยะเร่งด่วน (Quick win) และมาตรการที่ต้องเร่งดำเนินการต่อเนื่อง (Follow-up Urgent Policy) เพื่อรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจ

โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจพิจารณากำหนดรายละเอียดมาตรการ และเสนอคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ประกอบด้วย

1.มาตรการระยะเร่งด่วน (Quick win) ได้แก่ กลุ่มมาตรการประหยัดพลังงาน มาตรการระยะเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขาดแคลนวัตถุดิบด้านการเกษตร อาทิ โครงการบริหารจัดการปุ๋ย โครงการส่งเสริมการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs มาตรการบูรณาการฐานข้อมูลเกษตรกรในหลายมิติ และมาตรการทางการเงินเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

2.มาตรการที่ต้องเร่งดำเนินการต่อเนื่อง (Follow-up Urgent Policy) ได้แก่ มาตรการต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ มาตรการประหยัดพลังงาน อาทิ ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และลดต้นทุนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง โดยมุ่งเน้นการขนส่งทางราง มาตรการต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขาดแคลนวัตถุดิบด้านการเกษตร

เช่น ศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุน/ร่วมทุน ในการจัดตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยโพแทช เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

มาตรการต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเงินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ SMEs อาทิ การพัฒนาทักษะทางการเงินในทุกช่วงวัย การดำเนินการของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย และมาตรการต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขัน อาทิ มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายธนกรกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ การประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจและข้อเสนอแผนเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจ โดยสรุปได้ดังนี้ จากการติดตามเครื่องบ่งชี้ที่อาจก่อให้วิกฤตล่าสุด 4 ด้าน ได้แก่

1.วิกฤตต้นทุนพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยพบว่าปริมาณน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และสินค้าที่จำเป็นยังไม่ขาดแคลน แต่มีราคาสูงขึ้น และรัฐบาลได้มาตรการช่วยเหลือ ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่อง

2.วิกฤตการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขาดแคลนวัตถุดิบด้านการเกษตร วัตถุดิบด้านการเกษตร อาทิ ปุ๋ยและอาหารสัตว์ก็ไม่ขาดแคลน แต่มีราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สินค้าเกษตรบางรายการ มีราคาขายที่ต่ำกว่าต้นทุน

3.วิกฤตการเงินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ SMEs พบว่าหนี้ครัวเรือนเริ่มลดลง ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ แต่รายจ่ายครัวเรือนยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดค่าโดยสาร ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วน SMEs ในภาพรวมค่อย ๆ ฟื้นตัว แต่ในบางสาขายังไม่กลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ยังมีความกังวลเรื่องต้นทุนและกำไร

4.วิกฤตเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรองรับวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต ที่ประชุมเห็นว่ายังควรเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

นายธนกรกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้แก่ มาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล การตรึงราคาก๊าซ NGV การตรึงราคาน้ำมันดีเซล ตลอดจนการออกมาตรการรักษากำลังซื้อให้แก่ประชาชนต่าง ๆ

รวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขาดแคลนวัตถุดิบด้านการเกษตร อาทิ โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) ระยะที่ 2 มาตรการเสริมสภาพคล่องผ่านโครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทยของ ธ.ก.ส.

มาตรการเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเงินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ SMEs อาทิ จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้โครงการพักทรัพย์ พักหนี้ มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) ภายใต้พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2565 (พ.ร.ก.ฟื้นฟูฯ) และมาตรการเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขัน

อาทิ เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับคู่ค้าที่มีศักยภาพ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน การลงทุนในโครงสร้างภายในประเทศ โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมแนวเหนือ ใต้ ตะวันตก และตะวันออก

นายธนกรกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อที่ประชุมว่า การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในวันนี้ถือเป็นการประชุมที่มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้คณะกรรมการได้ร่วมพิจารณาวางแผนแนวทางการปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ให้สอดคล้องกับการทำงานของคณะกรรมการชุดอื่น ๆ รวมถึงคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล

โดยคณะกรรมการจะมีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เตรียมแผนปฏิบัติการล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดำเนินการตามแผนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น ทั้งนี้ จากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รัฐบาลกำลังดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ดูแลในทุกมิติแล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงมาตรการระยะเร่งด่วนว่า ขอให้แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้เน้นว่าจะทำอะไรได้มากกว่าเดิมบ้าง ให้พิจารณาดำเนินการไปตามห้วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งมาตรการบางอย่างอาจจะดำเนินการต่อไป บางอย่างอาจจะต้องลดหรือเพิ่ม ต้องพิจารณาเตรียมการอย่างรอบคอบ ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่่มีอยู่ และต้องเตรียมสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน ว่าแต่ละเรื่องจะเดินหน้าไปด้วยงบประมาณส่วนใด โดยขอให้นำข้อมูลแนวปฏิบัติทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ได้ใช้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้การทำงานเกิดการประสานสอดคล้องกัน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ในการทำงานบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะมีประเด็นหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบกับหลายด้าน วันนี้รัฐบาลกำลังบริหารสถานการณ์วิกฤตที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีการติดตามประเมินสถานการณ์ และมีวิธีการทำงานแก้ไขสถานการณ์เพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยรัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SME ครม.