เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
Economic ‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
Economic ‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
Economic อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
“วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
ICS Lifestyle Complex ชวนอิ่มคุ้มทุกวันธรรมดา รับคูปองแทนเงินสด 50 บาท
Business ICS Lifestyle Complex ชวนอิ่มคุ้มทุกวันธรรมดา รับคูปองแทนเงินสด 50 บาท
‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
Economic ‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
เช็กด่วน 1.39 แสนรายไม่ผ่านบัตรคนจน เหตุมีชื่อเป็นหุ้นส่วน-กรรมการบริษัท
Economic เช็กด่วน 1.39 แสนรายไม่ผ่านบัตรคนจน เหตุมีชื่อเป็นหุ้นส่วน-กรรมการบริษัท
คลังจ่อชง ครม.พรุ่งนี้ โยกผู้หลุดสิทธิใช้ 60/40 กว่า 6 ล้านคน เตรียมถกบอร์ดปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Finance คลังจ่อชง ครม.พรุ่งนี้ โยกผู้หลุดสิทธิใช้ 60/40 กว่า 6 ล้านคน เตรียมถกบอร์ดปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ประธาน FIFA ต้องบินกี่ไมล์? ทำไมระยะทางเกือบ เป็น 3 เท่าของเส้นรอบวงโลก
Sport ประธาน FIFA ต้องบินกี่ไมล์? ทำไมระยะทางเกือบ เป็น 3 เท่าของเส้นรอบวงโลก
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์อยู่ต่อถึงปี 2570 ล้มข่าวปล่อย ดีลนายกฯคนละครึ่ง

14 ส.ค. 2565 | 11:28น.
ประยุทธ์ นายก

วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ผูกดวง” อยู่กับ “อภิมหาดีล” ระหว่างผู้มีบารมีในพรรคพลังประชารัฐ กับผู้มีอิทธิพลนอกพรรคเพื่อไทย

คำวินิจฉัย-ตีความ ปม 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ได้อีก 2 ปี หลุดออกมาจากปากพี่ใหญ่-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

“นายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์) ยังไม่ครบ 8 ปีก็ไปต่อไป เมื่อครบแล้วก็มาว่ากันว่าจะเอาใคร ไม่ใช่โผ้ม ผมยังไม่คิด นายกฯยังอยู่อีก 2 ปี”

ตอกย้ำกระแสข่าวลึก-ดีลลับระหว่างพี่ใหญ่กับนายใหญ่ ปิดดีล “นายกฯคนละครึ่ง” กับ “แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย” 1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 2.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค 3.นักธุรกิจ บุคคลที่เคยปรากฏชื่ออยู่ในโผ สายตรง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

4.นักการเมืองที่คะแนนนิยมสูงสุด บุคคลที่เคยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย และ 5.นักการเมืองที่อาจไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับความนิยมมากเพียงพอที่จะเซอร์ไพรส์ตลาดการเมืองได้

แม้ พล.อ.ประวิตรจะปิดประตูเจรจา “ผมจะไปดีลกับใคร ผมไปต่างจังหวัดทุกวัน กลับบ้านก็นอน เช้าขึ้นก็ทำงาน ทำทั้งวันจะไปดีลกับใคร”

แต่ไม่ปิดประตูตายอนาคตตัวเอง หากพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยจะจับมือกัน “ผมจะไปรู้ได้ไงอนาคต อนาคตคุณรู้มะ ใครจะไปรู้อนาคต ใครจะเป็นยังไง ให้เลือกตั้งออกมาก่อนค่อยว่ากัน”

อีก 1 ป. บิ๊กป็อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อ่านใจพี่ใหญ่-พล.อ.ประวิตร คงจะไม่มารับไม้ต่อ-นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจาก พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงอีก 2 ปีที่เหลืออยู่ (หากสมัยหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชนะเลือกตั้ง)

“โอ้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง คงไม่ใช่แน่นอน ผมคิดว่านะ คงไม่ใช่ (ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ครบ 8 ปี ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว) แน่นอน คงไม่อยู่”

“ไม่ต้องมี (แผนสำรอง) ไม่ต้องมี (ทายาท 3 ป.) และผมไม่สนใจลงเลือกตั้ง”

“(ผล) ออกมายังไงก็ตามที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องทำ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ เราคนไทยทำใจให้ได้อย่างนั้นก็จบ เพราะตัวเองเราก็ไม่รู้ และไม่มีหน้าที่ด้วย ไม่รู้จริง ๆ นะ กฎหมายอะไรก็ไม่รู้เรื่องแล้วจะไปวิเคราะห์ วิจารณ์ก็คงไม่ได้ ออกมายังไงก็ต้องเชื่อมั่นในระบบ จะจบหรือจะอยู่ได้ก็ต้องเชื่อศาลรัฐธรรมนูญ”

“ไม่รู้จริง ๆ (ครบ 8 ปีเมื่อใด) ไม่มีใครตอบได้ว่า ไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของเรา และเราก็ไม่รู้แง่กฎหมายด้วยนะ พูดไปคงไม่ได้ พูดไปแล้วเป็นประเด็น ไม่รู้เลย กฎหมายทั้งหมด ผมไม่มีความรู้เลย เมื่อไม่มีความรู้แล้วจะไปวิเคราะห์และให้ความเห็น ไม่ได้” พี่รองฝากไปถึงคนที่ไม่รู้จริงและเอาไปพูดเบา ๆ

ขณะที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ-อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย ยืนยันเสียงหนักแน่นว่า “ไม่เป็นความจริง”

ทว่า “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มือกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ตีความปม 8 ปี ว่า ต้องตีความ-เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่โปรดเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี “สมัยที่สอง”

สอดรับกับ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี-เนติบริกร ที่พยากรณ์ดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ บนบัลลังก์ตึกไทยคู่ฟ้า ว่าจะอยู่ได้อีก 2 ปี หรือวาระ 8 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562

“ใกล้เคียงกับการตีความกฎหมายลูกเลือกตั้ง ต้องหารด้วยจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 เพราะบังคับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ฉบับแก้ไข ต้องตีความมาตรานั้นเท่านั้น จะไปตีความมาตราอื่นไม่ได้ ก็แล้วแต่ศาล ต้องมาตรฐานเดียวกัน”

“ตีความ 8 ปีของนายกฯ ก็ต้องดูมาตรา 158 เขียนที่มาของนายกฯ ในวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม แต่เขียนนายกฯ ดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ได้ในวรรคสี่ และไม่ได้มีการเขียนบทบัญญัติอื่นไว้ชัดแจ้ง”

“ถ้าตีความตามนี้ ก็คือ 8 ปีต้องนับเฉพาะนายกฯที่มาตามมาตรา 158 ถ้าพิจารณาเฉพาะมาตรา 158 บังคับในวรรคสี่ ก็ต้องบังคับนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในมาตรา 158 ก็ต้อง 8 ปี ต้องนับตั้งแต่โปรดเกล้านายกฯ ในปี’62 ไปจนถึงปี’70”

ทั้งนี้ ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2562 ว่า “จึงแต่งตั้งให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

“ไพบูลย์” มั่นใจว่า รัฐบาลจะอยู่ครบวาระแน่นอน ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง จากวันนี้จนถึงสมัยหน้า มีนาคม 2566 ราบรื่น ส่วนฝ่ายค้านเขย่าอย่างไรก็ไม่มีผล เพราะเป็นการเมือง เมื่อเป็นการเมืองก็อยู่ที่เสียงโหวต

“รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ครบวาระ และสภาก็อยู่ครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม 2566 และจะมีการจัดเลือกตั้งภายใน 45 วัน”

บารมีของ พล.อ.ประวิตร พิสูจน์มาแล้วว่า คอย “อุ้มชู” เป็น “ลมใต้ปีก” ให้กับน้องคนเล็ก-พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในสมรภูมิรบ-สนามการเมือง

“ไม่มีปัญหา ผ่านหมด เสียงไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่ง” คีย์แมนพลังประชารัฐการันตีก่อนชนะศึกซักฟอกครั้งล่าสุด แม้จะเกิดการข่ม-ขู่จากพรรคธรรมนัสกับพรรคเล็ก

ดีลนายกฯคนละครึ่งของพี่ใหญ่-นายใหญ่ คนละ 2 ปี และอายุขัยของ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ได้ถึงปี’70 หรือไม่ สุดท้ายขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ