เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BEM เปิดพื้นที่โซลาร์ฟาร์มต้อนรับผู้บริหารจาก รฟม.
Uncategorized BEM เปิดพื้นที่โซลาร์ฟาร์มต้อนรับผู้บริหารจาก รฟม.
อินเตอร์โกลด์ จับมือกรุงไทย เปิดหักบัญชีอัตโนมัติ ซื้อขาย-ออมทองออนไลน์ 24 ชม.
Finance อินเตอร์โกลด์ จับมือกรุงไทย เปิดหักบัญชีอัตโนมัติ ซื้อขาย-ออมทองออนไลน์ 24 ชม.
สนค. เปิดระบบ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ ใช้ AI บริหารราคาสินค้าเกษตร นำร่องข้าวก่อน
Economic สนค. เปิดระบบ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ ใช้ AI บริหารราคาสินค้าเกษตร นำร่องข้าวก่อน
เอเอเอส กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ นำเข้า-ขายรถจีน ‘VOYAH’ เสริมทัพอีกแบรนด์
Automotive เอเอเอส กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ นำเข้า-ขายรถจีน ‘VOYAH’ เสริมทัพอีกแบรนด์
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
Finance EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
Columns ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
Finance หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
ดูทั้งหมด

คำเตือนจาก “ซีอีโอ” หัวเว่ย สัญญาณอันตรายเศรษฐกิจจีน

30 ส.ค. 2565 | 16:12น.
ซีอีโอ หัวเว่ย
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อไม่กี่วันมานี้ บันทึกหรือจดหมายเวียนภายในบริษัท “หัวเว่ย” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคมของจีน เขียนโดย “เหริน เจิ้งเฟย” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท เกิดรั่วไหลออกมาภายนอก

กลายเป็นไวรัลที่แชร์และถกกันสนั่นโลกโซเชียลมีเดียในจีน

ในบันทึกดังกล่าว เหรินเตือนพนักงานของหัวเว่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ความหนาวเย็นจะแผ่ซ่านจนทุกคนรู้สึกได้” และเตือนว่า หากต้องการให้หัวเว่ยอยู่รอดได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทจำเป็นต้องโฟกัสไปที่ “กำไร” และ “กระแสเงินสด” มากกว่าการขยายกิจการหรือการเติบโต ซึ่งไม่ได้เป็นความสำคัญลำดับต้น ๆ อีกต่อไปแล้ว

เป็นสัญญาณเตือนว่า จะยังคงมีการปรับลดพนักงานลง และลดการลงทุนลงต่อไป

“ทศวรรษต่อไปจะเป็นห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อเศรษฐกิจโลกจะเสื่อมทรุดลงอย่างต่อเนื่อง” ทั้งจากวิกฤตโควิด, ผลกระทบจากสงครามในยูเครน และการที่สหรัฐอเมริกายังคง “ปิดล้อม” ธุรกิจบางอย่างของจีนอยู่อย่างต่อเนื่อง

ซีอีโอของหัวเว่ย บอกกับพนักงานว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับบริษัทในเวลานี้ก็คือ “การเอาตัวให้รอด” ต้องลดความคาดหวังในทางที่ดีเกินจริง ไม่เพียงแค่ในเวลานี้ แต่ยังต้องต่อสู้เพื่ออยู่รอดให้ได้ในปี 2023 หรืออาจจะถึงปี 2025 ด้วยซ้ำไป

“ในอดีต เรารับเอาอุดมการณ์โลกาภิวัตน์และความทะยานอยากที่จะรับใช้มนุษยชาติเข้าไว้ ตอนนี้อุดมการณ์ของเราคืออะไรกัน ? คือการอยู่รอดและหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ได้ ในที่ที่สามารถจะทำได้” ต้องปรับตัวเข้ากับโครงสร้างของตลาด และศึกษาเรียนรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรที่ควรตัดทิ้งไป

นั่นหมายถึงอาจเกิดการปรับลดขนาดกิจการลง โดยเฉพาะในส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

ซึ่งก่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นกระหึ่มโลกโซเชียลตามมาว่า ถ้าหากยักษ์อย่างหัวเว่ยต้องดิ้นเอาตัวรอดอย่างนี้ แล้วธุรกิจเอกชนในจีนที่ส่วนใหญ่เป็นขนาดกลางและขนาดเล็กจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร ?

เปา หลิงเฮ่า นักวิเคราะห์ของทริเวียม ไชน่า ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า “บันทึกของเหริน” ได้รับความสนใจอย่างเอกอุ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการเตือนภัยถึงความยุ่งยากที่กำลังต้องเผชิญ แต่ยังเป็นเพราะวิธีการสื่อสารของเขา ที่ตรงไปตรงมาจนเหมือนกำลังตกอยู่ในภาวะ “แตกตื่น” กับสิ่งที่บริษัทเผชิญอยู่

“หัวเว่ย” ซึ่งถือกันว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ในตอนนี้ตกอยู่ในสภาพตกต่ำทั้งรายได้และกำไร รายได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ลดลงถึง 14% กำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 4.3% จากที่เคยทำได้ 11.1% เมื่อ 1 ปีก่อนหน้า

ในเวลาเดียวกัน เศรษฐกิจจีนกำลังถูกท้าทายจากแรงกดดันรอบด้าน ปัจจัยลบผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งจากความเข้มงวดในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19, วิกฤตการณ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ และผลกระทบอย่างรุนแรงจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เสื่อมทรามลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

คาดกันอย่างกว้างขวางว่า ในปีนี้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนคงไม่บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5.5%

นักวิชาการอย่างศาสตราจารย์ “สตีฟ ซ่าง” ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน SOAS China Institute ชี้ว่า เมื่อคนที่อยู่ในสถานะอย่าง “เหริน เจิ้งเฟย” พูดออกมาเช่นนี้ คำพูดนี้ควรถูกพินิจพิเคราะห์อย่างจริงจัง เพราะหากเหรินยอมรับว่าบริษัทอย่างหัวเว่ย อาจเผชิญความยุ่งยากลำบากสาหัส ก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่า เศรษฐกิจจีนก็กำลังตกอยู่ในสภาพเปราะบางเต็มที

ภาคธุรกิจเอกชนของจีน ถือเป็นภาคธุรกิจที่ก่อให้เกิดการจ้างงานสูงถึง 1 ใน 3 ของตำแหน่งงานทั้งหมดที่มีในประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่ง 90% ของตำแหน่งงานเกิดขึ้นจากภาคเอกชนทั้งสิ้น

ข้อเท็จจริงดังกล่าว สะท้อนออกมาให้เห็นในรูปของอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นมากในเวลานี้

อัตราว่างงานในกลุ่มเยาวชนจีนในเดือนกรกฎาคมทะยานขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.9% ในขณะที่อัตราว่างงานทั่วไปในเขตเมือง ยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกันที่ 5.4% ระดับขอรับเงินประกันการว่างงานเมื่อเดือนมิถุนายนก็เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเพิ่งประกาศอัดฉีดเงินงบประมาณอีก 146,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ๆ อีก 19 มาตรการ เพื่อแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจจากปัจจัยต่าง ๆ

คำถามที่ถามกันอยู่ในจีนในเวลานี้ก็คือ “เหริน เจิ้งเฟย” ดูเหมือนจะมองเห็นทางรอดที่มีประสิทธิภาพของหัวเว่ยและชี้แจงออกมาแล้ว

แล้ว “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีนมองเห็นลู่ทางเอาตัวรอดของเศรษฐกิจจีนในเวลานี้แล้วหรือยัง ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน หัวเว่ย