ทรู ลุย เมตาเวิร์ส
ทรู ผนึก Zepeto เชื่อมโยงคอนเทนต์ไทยสู่แพลตฟอร์มระดับนานาชาติ ตอกย้ำภาพ “โกบอลแบรนด์” ย้ำ เมตาเวิร์สคือวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทดแทนโซเชียลมีเดียเดิมใน 3-5 ปี
วันที่ 31 สิงหาคม 2565 บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น แถลงความร่วมมือ Zepeto แพลตฟอร์มโซเขียลมีเดียและโลกเสมือนสัญชาติเกาหลีใต้ที่มีพาร์ตเนอร์เป็นแบรนด์ชื่อดัง เช่น Gucci, Nike หรือ Hybe ต้นสังกัดศิลปินดัง bts และ YG ต้นสังกัดวง Black Pink เพื่อเตรียมนำระบบนิเวศทรู-ซีพี เข้าสู่แพลตฟอร์โซเชียลมีเดียยุคใหม่ หรือ “เมตาเวิร์ส” ผลักดันให้เกิดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่แข็งแกร่งจากคนไทยสู่ตลาดระดับนานาชาติ
นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้าน Strategic Content & Public Affair บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูมีความต้องการจะใช้โครงสร้างพื้นฐาน 5G สนับสนุนให้คนไทยให้เข้าไปสู่ตลาดโลก การเชื่อมกับแพลตฟอร์มระดับนานาชาติจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ และเมต้าเวิร์สจะทดแทนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน ทดแทนความบันเทิงที่เป็นไลฟ์สไตล์ เมื่อผู้คนเข้ามาสร้างคอนเทนต์เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหลายช่องทาง ในที่สุดเมตาเวิร์สนั้นจะนำไปสู่ Commercial ซึ่งจะกลายเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคต่อไป

“แม้จะมีกระแสไม่ดีเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี แต่เมตาเวิร์สเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นมาก เมตาเวิร์สคือวิธีใหม่ที่คนจะเข้าถึงการสื่อสาร ดังนั้นเราเป็นบริษัทโทรคมนาคม เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเข้าเมตาเวิร์ส ทรูจึงเป็นเทเลคอมหนึ่งเดียวในโลกที่ร่วมมือกับแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส เทเลคอมบวกเมตาเวิร์ส หมายถึงการสื่อสารที่ดีขึ้น ต่อยอดวิธีการสื่อสารในรูปแบบเดิมให้ดีขึ้น”
นายพีรธนยังกล่าวอีกด้วยว่า Zepeto แพลตฟอร์มเมตาเวิร์สบนโซเชียลอันดับ 1 ของโลกจากประเทศเกาหลีใต้ เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเทเลคอมรายแรกของโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งหมายความว่าจะไม่มี Tel co ไหนนอกจากทรูเข้าร่วม และเป็นพันธมิตรในระยะยาว เพราะการสร้างระบบนิเวศเมตาเวิร์สเป็นงานที่ไม่มีวันจบ
“ผมมีมุมมองที่ค่อนข้าง Realistic กับเมตาเวิร์ส คนที่บอกจะหารายได้จากเมต้าเวิร์สไม่ใช่ความจริง ถ้าเราจะเป็นผู้นำในเมตาเวิร์สเราต้องริเริ่มหาประสบการณ์ ความรู้ ประสบการณ์ ความเข้าใจที่มากกว่าคนอื่นจึงจะเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำจึงจะสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับผู้คน จึงนำไปสู่ Commercial ได้ในภายหลัง”
จากกการวิเคราะห์ของทรู มองว่า Zeppeto เองมีความโดดเด่นด้วยระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร และมีวัฒนธรรมและวิธีคิดเกี่ยวกับเมตาเวิร์สคล้ายกับทรู ที่เชื่อว่า “คอนเทนต์” มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคยุคใหม่ และมีบทบาทในการสร้างกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้ธุรกิจเติบโต
“ก่อนหน้านี้เราศึกษาเทรนด์ระดับโลกมามาก เราหามีพันธมิตรหลายด้าน การพูดถึงเมตาเวิร์สในโลกนี้มีมากมาย แต่เราไม่ได้ต้องการสร้างข่าว เราเลือกพันธมิตรจากวิสัยทัศน์ที่ดีที่สุด มุมมองของเขาในการพัฒนาเทคโนโลยี เหมือนกับเรา คือ คอนเทนต์ต้องนำมาก่อน เพราะคอนเทนต์คือสิ่งที่ทุกคนใช้ผ่านเทคโนโลยี ผ่านอุปกรณ์ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์”
ด้านนายฮีซอก ริกกี้ คัง Head of Business Zepeto กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ Zepeto ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะมีคนไทยใช้งานแพลตฟอร์มนี้นับล้านราย ในขณะที่มีการใช้จ่ายเพื่อซื้อไอเท็มในแพลตฟอร์มของ Zepeto กว่า 320 ล้านบาท ในปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งกรอบการใช้จ่ายกว้างมากตั้งแต่ไอเท็มราคาตั้งแต่ 15 บาท จนถึง 1,000 บาท ที่สำคัญคือคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์สูงชอบความบันเทิงและพร้อมสร้างคอนเทนต์จำนวนมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะทำให้เกิดคอมมูนิตี้ขึ้น
“แพลตฟอร์มเมตาเวิร์สจะแข็งแกร่งได้นั้น ครีเอเตอร์ผู้ใช้งานต้องแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน” นาย คัง กล่าว
นอกจากนี้การร่วมมือกับกลุ่มทรู ยิ่งเป็นเรื่องดีเพราะมีระบบนิเวศที่ครบครันทั้งด้านเครือข่าย 5G คอนเทนต์ ดิจิทัลโซลูชั่น และอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนธุรกิจของเครือซีพี ที่จะเข้ามาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส ซึ่งจะทำให้เกิดเศรษฐกิจบนชีวิตจริงควบคู่ชีวิตในโลกเสมือนได้ดียิ่งขึ้น
“Zepeto ที่ต้องการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ชาวไทยประสบความสำเร็จ สามารถสร้างโลกเมตาเวิร์สและไอเท็มที่ส่งมอบประสบการณ์สุดประทับใจ ขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มรายได้อีกด้วย รวมถึงก่อให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ งานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโลกเสมือนให้แก่คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเมตาเวิร์สของโลกต่อไป”
ขณะนี้ Zepeto มีผู้ใช้งานมากถึง 340 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะ Gen Z กว่า 80% อีกทั้งยังทำโปรเจ็กต์กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ Gucci, Nike, Disney, Blackpink, Samsung ซึ่งในเรื่องแบรนด์ชั้นนำนี้จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับทรูด้วย
“การนำเสนอครั้งต่อไปของ Zepeto จะมีโลโก้ของ Gucci และทรูอยู่ที่เดียวกัน นั่นคือการย้ำว่าเราเป็น Global Company” นายพีรธนกล่าว
การร่วมมือทางยุทธศาสตร์ครั้งนี้ เป็นหมุดมายที่ทรูจะเริ่มสร้างเส้นทางย้ายคอนเทนต์ที่มีในช่องทางต่าง ๆ บนสื่อแบบเดิม เข้าสู่แพลตฟอร์มใหม่คือโลกเสมือนที่ทรูมองว่า คือ “วิธีการใช้อินเทอร์เน็ตในยุคใหม่” โดยในช่วงแรก อาจจะเริ่มใช้คอนเทนต์เป็นตัวนำ จากนั้นจะเริ่มนำร้านค้าแบรนด์ของทรูเองอย่าง “ทรู ช้อป” เข้าไปเชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์ม Zepeto ก่อนจะขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆในเครือซีพี และของพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ
นายพีรธนกล่าวว่า จากแนวโน้มของการใช้งานโซเชียลมีเดียแบบดั้งเดิมหรือเว็บ 2.0 กำลังลดลง ในขณะที่คนเจนเนอเรชั่นซี (น้อยกว่า 24 ปี) เป็นคนกลุ่มที่พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ ที่มีแนวโน้มเข้าใช้งานโลกเสมือนและเมตาเวิร์สเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้น เว็บ3.0 ขับเคลื่อนโดยเจนซี ที่มีไลฟ์สไตล์และความต้องการอีกแบบ
ดังนั้นการจะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิเมตาเวิร์ส “ทรู” กำลังพูดถึงมุมมองของเมต้าเวิร์สที่กว้างที่สุด ที่แมสที่สุด ท้ายที่สุดจะนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบ End to End ในยุคเมต้าเวิร์ส ที่จะใหญ่ถึง 54 พันล้านเหรียญสหรัฐภายใน 3-5 ปี
