เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
Economic เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
Finance ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
Politics หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
ดูทั้งหมด

ยุค “ทรัมป์” หมอบ โอกาสงามจีนแผ่อิทธิพลผ่าน OBOR

27 ม.ค. 2561 | 21:34น.

อาจกล่าวได้ว่าคงไม่มีอเมริกายุคใด จะเปิดโอกาสให้จีนแผ่อิทธิพลทางการค้าและเศรษฐกิจได้มากเท่ายุคโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดขององค์กรระดับโลกที่สนับสนุนการค้าเสรี บัดนี้ถูกกลับหัวกลับหางโดยทรัมป์ ที่มีนโยบายกีดกันและปกป้องการค้า และถอนตัวออกจากการเกี่ยวโยงกับโลกในหลายด้านรวมทั้งการค้า ทำให้ชาติที่เคยเป็นพันธมิตรเริ่มไม่ไว้วางใจและไม่มีความหวังที่จะสานต่อการค้าสหรัฐอีกต่อไป

ในยามที่เอาแน่เอานอนกับนโยบายของสหรัฐไม่ได้ ประกอบกับความตึงเครียดที่เกิดจากคำพูดและท่าทีของผู้นำสหรัฐ ทำให้ชาติที่เคยแนบแน่นกับสหรัฐ จำเป็นต้องหันไปหาจีนมากกว่าเดิม

ซึ่งนี่ก็ดูเหมือนจะทำให้ง่ายขึ้นสำหรับจีนที่จะแผ่อิทธิพลของตนผ่าน โครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt One Road (OBOR) หรือ โครงการสายไหมยุคใหม่ มูลค่าราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเส้นทางครอบคลุมราว 60 ประเทศ วัตถุประสงค์ก็เพื่อส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัว

แม้จะมีผู้ปรามาสว่าโครงการนี้ทะเยอทะยานเกินไปและยากจะสำเร็จ แต่ทว่าความก้าวหน้าของ OBOR ก็มีให้เห็นเป็นระยะ เช่นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อังกฤษประกาศยกระดับความร่วมมือครั้งใหญ่ด้านการเงินและการลงทุนกับจีน โดยจะสนับสนุนโครงการ OBOR วงเงิน 2.5 หมื่นล้านปอนด์ และยังเห็นชอบการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และลอนดอนเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการหันเข้าหาจีนในครั้งนี้ของอังกฤษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการหาตลาดรองรับทดแทนตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ภายหลังจากที่ชาวอังกฤษลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกอียู ซึ่งหากขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินไปได้ตามกรอบเวลา คาดว่ากระบวนการออกจากอียูก็จะสมบูรณ์ในเดือนมีนาคมปีหน้า

นอกจากนี้อังกฤษยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย-แปซิฟิก (AIIB) ซึ่งมีจีนเป็นผู้ก่อตั้งเพื่อสนับสนุนทางการเงินลงทุนแก่โครงการที่จะเกิดขึ้นตาม

เส้นทางสายไหมยุคใหม่ ซึ่งถึงแม้อังกฤษจะเป็นคู่ค้าที่เล็กกว่าของจีนเมื่อเทียบกับสหรัฐ แต่อย่างน้อยก็ย่อมได้ใจจีน

ขณะเดียวกันในมุมมองของอังกฤษก็ถือว่าช่วยยกระดับโปรไฟล์ของอังกฤษในจีนในทิศทางที่จะเป็นประโยชน์ต่ออังกฤษ ตราบที่ความเสี่ยงของ OBOR ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม

อังกฤษเรียกความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งขึ้นกับจีนในครั้งนี้ว่า “ยุคทอง” ของความสัมพันธ์ทวิภาคี อันเป็นภาพตรงข้ามกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนที่อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคมืดมน เนื่องจากทรัมป์เปิดฉากโจมตีจีนอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดสัปดาห์ที่แล้วจีนได้เดินสายไปชักชวนชาติละตินอเมริกาและกลุ่มประเทศในแคริบเบียน (CELAC) ที่มีสมาชิก 33 ประเทศให้เข้าร่วม OBOR ซึ่งถึงแม้จีนจะไม่ยอมรับว่าเป็นการฉวยโอกาสเพื่อแข่งขันกับอิทธิพลของสหรัฐที่เคยมีในอดีตต่อละตินอเมริกา แต่โดยพฤตินัยย่อมปฏิเสธไม่ได้ เพราะนี่คือโอกาสงามที่จะเพิ่มอิทธิพลในภูมิภาคนี้ หลังจากทรัมป์มีนโยบายปกป้องการค้า ซึ่งหมายถึงว่าละตินอเมริกาไม่สามารถพึ่งพิงการค้ากับสหรัฐได้มากเหมือนอดีต

อันที่จริงจีนได้เริ่มทดสอบความมีอิทธิพลของสหรัฐเหนือละตินอเมริกามาแล้ว ด้วยการเสนอเงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า และยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นบราซิล ชิลี อาร์เจนตินา อีกทั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้จีนได้เปลี่ยนจากการเพียงแค่ซื้อวัตถุดิบจากละตินอเมริกาไปเป็นการลงทุนในหลายภาคอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ อีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยี

ในโอกาสนี้ เฮอร์รัลโด มูนอซ รัฐมนตรีต่างประเทศชิลี ซึ่งเคยวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ กล่าวยกย่องว่า จีนนั้นแสดงบทบาทสร้างสรรค์ในยามที่พวกเราตกอยู่ในความไม่แน่นอนและซับซ้อน

เพื่อแก้ไขความซับซ้อนนั้น ซึ่งคำพูดของนายมูนอซ ตีความได้ว่า เปรียบเทียบกันแล้วจีนมอบความแน่นอนและสร้างไสรรค์ให้กับละตินอเมริกามากกว่าสหรัฐ