ราคาน้ำมันดิบ (18 ต.ค. 65) ปรับลดจากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อย จากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางการดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายของจีน
วันที่ 18 ตุลาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบลดลงเล็กน้อย หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขาเซนต์หลุยส์ แสดงความคิดเห็นว่า FED ควรเดินหน้าใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดผ่านการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการปัญหาเงินเฟ้อ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเดือน ก.ย. 65 ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 8.2% Y-o-Y สูงกว่าคาดที่ระดับ 8.1% เช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.6% M-o-M ส่งผลให้ตลาดคาดว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 75 bps ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1-2 พ.ย.นี้
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 17 ต.ค. 2565 อยู่ที่ 85.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.15 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 91.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.01 เหรียญสหรัฐ
ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.75% เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวลงจากนโยบายปลอดโควิดของรัฐบาล วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และภาวะขาดแคลนพลังงานในพื้นที่บางส่วนของประเทศ
ตลาดได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวอ่อนค่าลง ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบมีราคาถูกลง และเพิ่มความดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นให้มาสนใจลงทุนในสัญญาน้ำมันดิบมากขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินในเวียดนามมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลต่อปริมาณการส่งออกน้ำมันเบนซินของจีน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.5 ล้านตันในเดือน ต.ค.
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปทานฝั่งตะวันตก ที่มีแนวโน้มตึงตัวจากผลกระทบการนัดหยุดงานของฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม อุปทานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากโควตาการส่งออกของจีนรอบใหม่
