ขณะนี้แม้สถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อาจจะดูคลี่คลายลงไปบ้าง จากปริมาณฝนที่ลดลงและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ล่าสุด (21 ส.ค.) จากการติดตามข้อมูลของกรมชลประทาน พบว่า ยังมีพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ประมาณ 30 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน อาทิ อุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ เป็นต้น และภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น อีกด้านหนึ่ง สำหรับจังหวัดที่น้ำลดแล้วก็เริ่มเข้าสู่ช่วงการพื้นฟูซ่อมแซม
เร่งสำรวจความเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจพบว่าขณะนี้ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลาย ๆ จังหวัด อยู่ระหว่างการเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อจะนำมาคำนวณเงินชดเชยเยียวยา เช่น อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์
นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า แนวทางปฏิบัติหลังน้ำท่วม เบื้องต้น จังหวัดจะใช้งบประมาณจากส่วนกลางเยียวยาชดเชยความเดือดร้อนของประชาชน เช่น การชดเชยความเสียหายนาข้าว 1,340 บาท/ไร่
พื้นที่พืชผัก 1,980 บาท/ไร่ ปศุสัตว์และประมงก็จะมีค่าชดเชยให้ ส่วนค่าซ่อมแซมบ้านเรือนไม่เกินหลังละ 49,500 บาท ซึ่งต้องรอมติ ครม.อีกครั้ง
นายมงคล จุลทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สำหรับน้ำท่วมอุบลฯครั้งนี้ คาดว่าจะเสียหายไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งคาดว่าจะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ สำหรับภาคเอกชนอาจจะต้องพูดคุยกับธนาคารถึงการฟื้นธุรกิจและขอเงื่อนไขพิเศษจากทางธนาคาร เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย และอื่น ๆ อีกหลายกรณี
ขณะที่ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ตอนนี้ยังมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ 7 อำเภอ และคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือน ต.ค. หรือต้นเดือน พ.ย.
นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตอนนี้พระนครศรีอยุธยา บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือ ภาคเกษตร หลังจากนี้เมื่อน้ำลด จังหวัดจะเข้าไปดูเรื่องการเยียวยาและค่าชดเชยความเสียหายให้เกษตรกร ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินการเยียวยาได้ ต้องมีการสำรวจความเสียหายอีกครั้ง
ชง ครม.จ่ายเงินน้ำท่วม Top up
ล่าสุด (21 ต.ค.) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการ ระเบียบ หลักเกณฑ์ อัตราการจ่าย และงบประมาณค่าใช้จ่ายของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐทั้งหมดที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และที่จะดำเนินต่อไปให้ครบถ้วน แล้วรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็วภายใน 1 สัปดาห์
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ขณะนี้ สปน.อยู่ระหว่างรวบรวมระเบียบ หลักการ และการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ในการดำเนินการเยียวยาให้กับประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมขณะนี้ไปแล้ว อาทิ กองทุนบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี การเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 ที่มีกระทรวงการคลัง
โดยกรมบัญชีกลางเป็นผู้ดูแลและควบคุมการเบิกจ่ายให้กับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ่ายเงินทดรองราชการ ตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563
“สำหรับเงินเยียวยาเพิ่มเติม (top up) จะเสนอต่อ ครม.เพื่ออนุมัติในสัปดาห์หน้า โดยยึดหลักเกณฑ์ตามระเบียบการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลังปี’54 ส่วนจะให้จำนวนเท่าไรขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะพิจารณา” แหล่งข่าวระบุ
ขณะที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ทุกพื้นที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหายจากน้ำท่วม หลังจากนั้นจะเยียวยาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัดเป็นประธานจะพิจารณา เบื้องต้น มท.ได้ประชุมผู้บริหารระดับกระทรวง สำรวจลุ่มน้ำ ผังน้ำชุมชน ตลอดจนห้วย หนอง คลอง บึง เพื่อนำฐานข้อมูลมาสรุปหาแผนพัฒนาในเชิงระบบ บริหารจัดการป้องกันภัยระยะยาว และจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปูน-เหล็กทยอยปรับราคา
แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกในจังหวัดอุบลราชธานีกล่าวว่า หลังน้ำท่วมคลี่คลาย คาดว่าวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐ หิน ปูน จะมีความต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะหลังคา ประตู ก๊อกน้ำ รวมถึงโถสุขภัณฑ์ โดยวัสดุเหล่านี้ยังคงมีราคาคงตัว ยกเว้นเหล็กเส้นที่มักมีราคาสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในวงเงินเยียวยาหลังน้ำท่วม นอกจากที่ผ่านมา ยังมีภาพของการซื้อเพื่อบริจาคเข้ามาบ้าง เช่น ต้นเสา หลังคา
ขณะที่ นายวรยุทธ กิตติอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเนกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ราคาวัสดุก่อสร้างในขณะนี้ส่วนใหญ่ได้ทยอยปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้เกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ปูนซีเมนต์ ที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และที่ต้องจับตาคือ ค่าแรงงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ซึ่งปัจจุบันบริษัทจ่ายค่าแรงรายวันซึ่งเป็นแรงงานฝีมืออยู่ที่ 500 บาท โดยเฉพาะแรงงานฝีมือในกลุ่มปูกระเบื้องและทาสี คาดว่าไม่เกินปีนี้น่าจะได้เห็นค่าแรงรับเหมางานเฉลี่ยรายวันแตะไปที่ 1,000 บาทแล้ว
ขณะที่ นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาวัสดุยังไม่นิ่ง เหวี่ยงไปมา ภาพรวมมีการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเฉพาะเหล็กที่ล่าสุดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด ราคาเหล็กมีการปรับขึ้นมากว่า 10% แล้ว ส่วนอิฐมวลเบาที่ราคาปรับขึ้นมานั้นไม่ค่อยมีผลต่อต้นทุนค่าก่อสร้างโดยภาพรวม เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณการใช้น้อยลง
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมราคาวัสดุก่อสร้างในขณะนี้ยังทรง ๆ แต่บริษัทยังมอนิเตอร์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเศรษฐกิจโดยภาพรวมก็ยังไม่ฟื้นตัวดี ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกล่าสุดยังอยู่ที่ระดับ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรล มาเป็นระยะเวลา 3-6 เดือนแล้ว โดยราคายังไม่ได้สะวิงมาก ประกอบกับที่ผ่านมาราคาเหล็กจากที่เคยปรับขึ้นไปสูง ก็เริ่มปรับลงมาบ้างแล้ว