เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

Meta รายได้หด รายจ่ายบาน

30 ต.ค. 2565 | 11:29น.
Meta
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

และแล้วก็เป็นไปตามคาด หุ้น Meta ร่วงทันที 17 เปอร์เซ็นต์หลังประกาศผลประกอบการล่าสุดติดลบเป็นไตรมาส 2 ติดต่อกัน

รายได้รวมของบริษัทลดลง 4 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 27,700 ล้านเหรียญ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,400 ล้านเหรียญ หรือลดลงกว่าครึ่งจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2021

หลังจากเติบโตอย่างต่อเนื่องนับจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้นับเป็นปีแรกที่ Facebook มีผลประกอบการติดลบ และน่าจะถือเป็นปีที่ท้าทายที่สุดสำหรับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

แม้บิ๊กเทครายอื่นจะมีรายได้จากการโฆษณาลดลงเช่นกันอันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ทำให้ลูกค้าตัดงบฯโฆษณาเป็นทิวแถว แต่ Meta ดูจะถูกจับจ้องเป็นพิเศษจากนักลงทุนและผู้ถือหุ้น เพราะนอกจากรายได้จะน้อยลงแล้ว รายจ่ายยังพุ่งขึ้นอีกกว่า 19 เปอร์เซ็นต์

โดยรายจ่ายหลักน่าจะมาจากการทุ่มพัฒนา “เมตาเวิร์ส” ที่ปีนี้ผลาญเงินไปแล้วกว่า 9,400 ล้านเหรียญ

ในขณะเดียวกัน ยอดผู้ใช้งานก็เติบโตน้อยลงท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรง โดย Facebook มีผู้ใช้งานประเภท monthly active users ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 2,960 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2 เปอร์เซ็นต์น้อยกว่าปีก่อนที่เคยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์

ซ้ำร้าย CFO ของบริษัทอย่าง เดวิด เวย์เนอร์ ยังคาดว่า รายจ่ายที่บริษัทลงทุนไปในการสร้าง “เมตาเวิร์ส” มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกในปีหน้า ในขณะที่รายได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่า จะอยู่ที่ 30,000-32,500 ล้านเหรียญหรือลดลงจากปีที่แล้วราว 3.5 เปอร์เซ็นต์

แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้ย่อมทำให้ผู้ถือหุ้นไม่สบายใจ เช่น Altimeter Capital หนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถึงกับต้องออกโรงเรียกร้องให้บริษัทลดพนักงานลงอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ และคุมงบฯลงทุนใน “เมตาเวิร์ส” ให้ไม่เกิน 5 พันล้านเหรียญต่อปี

ในฐานะผู้คุมงบการเงินของบริษัท เดวิดได้แต่ให้คำมั่นว่าบริษัทจะพยายามคุมงบฯให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะพยายามคุมจำนวนพนักงาน ณ สิ้นปีไม่ให้มากไปกว่าที่มีอยู่ (ณ สิ้นเดือน ก.ย. มีพนักงานทั้งสิ้น 87,314 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28 เปอร์เซ็นต์)

แต่สิ่งที่นักสังเกตการณ์กำลังกังขา คือ แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นเหล่านี้ส่งผลมากน้อยเพียงใดต่อความหมกมุ่นของมาร์ก ที่มีต่อโครงการ “เมตาเวิร์ส” ของเขาหรือไม่ ?

หากดูจากการประชุมกับนักวิเคราะห์รอบล่าสุด คำตอบ คือ “ไม่”

เพราะมาร์กยังคงยืนยันว่า นอกเหนือจากการพัฒนา AI เพื่อช่วยขับเคลื่อนบริการอย่าง Reels และงานโฆษณาแล้ว “เมตาเวิร์ส” ยังคงยืนหนึ่งในฐานะเป้าหมายหลักที่บริษัทให้ความสนใจต่อไปในปีหน้า

ระหว่างการประกาศผลประกอบการล่าสุด มาร์กยืนยันความเชื่อของเขาว่า นักลงทุนที่อดทนลงทุนในบริษัทต่อไปจะได้รับผลตอบแทนในท้ายที่สุด

แน่นอนว่า นักลงทุนที่ยังศรัทธาและเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของมาร์กก็ยังมีอยู่ แต่พวกที่ไม่เชื่อก็มีไม่น้อย ดูได้จากมูลค่าหุ้นของบริษัทที่หายไปกว่า 2 ใน 3 ก่อนที่จะมีการประกาศผลประกอบการล่าสุด ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อ พิษภัยจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน กฎระเบียบที่เข้มงวด และการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งน่าจะยังเป็นปัจจัยที่กดดันธุรกิจของ Meta ต่อไปในปีหน้า

แต่มาร์กไม่ใช่ไก่อ่อนในวงการ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถสร้าง Facebook จนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้จนถึงวันนี้ และถึงแม้ว่ารายได้ของบริษัทอาจจะอยู่ในช่วงขาลง ก็ไม่ได้หมายความว่า Facebook จะอัตคัดขัดสน

ตรงกันข้าม บริษัทยังคงอู้ฟู่และรวยมาก ด้วยตัวเลขกำไรสุทธิถึง 4.4 พันล้านเหรียญ และกระแสเงินสดอีกกว่า 9.6 พันล้านเหรียญ หมายความว่า เขามีเงินเพียงพอจะนำไปสานฝัน “เมตาเวิร์ส” ต่อไปอีกได้เป็นสิบปี

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ของ CNBC ซึ่งอ้างอิงจดหมายที่มาร์ก
เคยส่งให้นักลงทุนก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อปี 2012 ได้ย้ำเตือนความทรงจำของนักลงทุนอีกครั้งว่า สำหรับมาร์กแล้ว Facebook ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำเงิน แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก และการ “ทำเงิน” เป็นเพียงแค่หนทางไปสู่เป้าหมายเท่านั้น

หนึ่งในวรรคทองที่มาร์กเขียนในจดหมายฉบับนั้น คือ “เราไม่ได้สร้างบริการขึ้นมาเพื่อหาเงิน แต่เราหาเงินเพื่อนำมาสร้างบริการที่ดีขึ้นต่างหาก” ซึ่งอาจแปลได้ว่า สำหรับมาร์กแล้ว เงินไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกต่างหากที่เขาต้องการ

สำหรับแฟนคลับถ้อยคำนี้อาจฟังดูเสนาะหูสมกับเป็น “วิสัยทัศน์” ของเจ้าพ่อโซเชียลมีเดียแห่งยุค แต่สำหรับนักลงทุนแล้วอาจกำลังรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะไม่รู้ว่าบริษัทจะต้องหมดเงินไปอีกเท่าไรกว่าจะทำให้โครงการ “เมตาเวิร์ส” ของมาร์กเป็นจริง