เกมตัดกำลังคู่แข่ง
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ
เทอมสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สู้กันอย่างดุเดือด ไม่เว้นแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ก็ไม่มีถ้อยทีถ้อยอาศัย
ตามคำกล่าวของผู้นำ “ยอมแข็งกร้าว แม้เสียมิตร”
โดยเฉพาะกลเกมในสภาผู้แทนราษฎร นโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ในการเลือกตั้งคราวก่อน ที่ต้องอาศัยการออกกฎหมาย กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง เพื่อให้ออกดอกผล ใช้ต่อยอดได้ทันก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึงในปี 2566
ยกตัวอย่าง นโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เช่นเดียวกับนโยบายสุราก้าวหน้า ที่เป็นแคมเปญของพรรคก้าวไกล มาตั้งแต่ไก่โห่
แต่แล้วก็มีข่าวเล็ดลอดออกมา ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 25 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ครม.จะสั่งฝ่ายนิติบัญญัติล้มกฎหมายสุราก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกล ซึ่งอาจไปกระทบชิ่งคาบเกี่ยวกับกฎหมายกัญชา กัญชง ที่กำลังชุลมุนอยู่ในสภา
ร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า หรือในชื่อเต็ม ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่พรรคก้าวไกลเสนอ
ฝ่ายผู้นำรัฐบาลเตรียมกระโดดขวาง โดยอ้างว่า อาจทำให้เกิด สุราเถื่อน-ขายเกลื่อนไปทั่ว แม้พรรคก้าวไกลพยายามโต้แย้งกลับว่า นโยบายสุราก้าวหน้ามีได้ มากกว่าเสีย โดยเฉพาะล้มทุนผูกขาดวงการสุราไทย
ยกตัวอย่างไทยที่อุตสาหกรรมเหล้า เบียร์ มีเม็ดเงินอยู่ 5 หมื่นล้านบาท แต่จำกัดอยู่เฉพาะนายทุนไม่กี่เจ้า แต่เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเหล้า เบียร์ญี่ปุ่น มีเม็ดเงิน 5 หมื่นล้านบาทเช่นกัน แต่กระจายไปยังธุรกิจSMEs กว่า 5 หมื่นราย
ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. พรรคภูมิใจไทย แม้ร่างกฎหมายจะถูกตีตกยากเพราะเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายรัฐบาล แต่อาจถูกขัดขวางในปมประเด็นสำคัญ จน “ขัดใจ” พรรคภูมิใจไทย กลายเป็นความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนแยกย้ายกลับไปสู้กันในสนามเลือกตั้ง
เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พร้อมโหนกระแสสังคมกำลังอ่อนไหวเรื่องยาเสพติด ใช้เป็นประเด็นการขวางไม่ให้กฎหมายดังกล่าวผ่านไปได้สะดวก โดยเฉพาะหัวใจสำคัญเรื่องที่กฎหมายไฟเขียวให้ปลูกกัญชา กัญชง ในครัวเรือนได้ บ้านละ 15 ต้น
แต่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้รับจดแจ้ง (เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตําบล)
พรรคตัวแปรทั้งหลายกำลังเล่นเกมแตกหัก-ตัดแต้ม ตัดกำลัง เพื่อไม่ให้นำไปต่อยอดในการหาเสียงได้สะดวก เช่นเดียวกับนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ที่พร้อมจะแก้ไขเมื่อ เป็นรัฐบาลในอนาคต ทว่า พรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ต่างตีกรรเชียงถอยห่าง รวมถึงพรรคเพื่อไทย ที่เป็นทั้งมิตรและศัตรูไปในคราวเดียวกัน
ไม่ต่างจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ทิ้งวาทกรรม เมื่อ 27 ตุลาคมว่า
“ผมตระหนักดีว่า บางครั้ง ความแข็งกร้าวของผมนั้น ทำให้ผมต้องเสียเพื่อน เสียมิตร แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็น ที่ผมต้องแลก เพื่อที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับประเทศให้เกิดขึ้นให้ได้”