การเยือนจีนของนายกฯ เยอรมัน บ่งบอกสถานการณ์ว่า เยอรมนีต้องการจีน ในเวลานี้อย่างยิ่ง
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2565 ซีเอ็นเอ็น รายงานวิเคราะห์ การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ผู้นำกลุ่มจี 7 คนแรกที่เดินทางเยือนจีนในรอบ 3 ปี นับจากโรคระบาดโควิด และยังเป็นผู้นำจากยุโรปคนแรกที่ได้พบกับ นายสี จิ้นผิง หลังการดำรงตำแหน่งผู้นำจีนสมัย 3
นายชอลซ์นำคณะนักธุรกิจจากบริษัทยักษ์ใหญ่ 12 บริษัทจากภาคอุตสาหกรรมเยอรมันถึงจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 4 พ.ย. ส่งสารชัดเจนถึงการเดินหน้าทำธุรกิจกับชาติเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก
บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีซีอีโอร่วมคณะเยือนจีนวันเดียวดังกล่าว ได้แก่ โฟล์กสวาเกน ดอยเชอแบงก์ ซีเมนส์ บีเอเอสเอฟ ขณะที่เว็บข่าว บลูมเบิร์ก ระบุว่า มี บิออนเทค อาดิดาส บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์ค แวกเกอร์เคมี ด้วย

เยอรมันระแวงแต่ไม่มีทางเลือก
แม้ว่า สมาชิกในคณะรัฐบาลผสมของเยอรมันจะกังวลถึงความสัมพันธ์กับจีน โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีจีนขอซื้อหุ้นบริษัทคอสโก (Cosco) ยักษ์ใหญ่ของวงการขนส่ง ซึ่งครองเทอร์มินัล 1 ใน 4 ของท่าเรือเมืองฮัมบูร์ก ทางเหนือของเยอรมนี
จีนขอซื้อหุ้นในสัดส่วน 35% ทั้งที่ขนาดการลงทุนจากต่างชาติจำกัดไว้สูงสุด 24.9%. กรณีนี้ทำให้เยอรมนีระแวงว่า หากจีนเข้ามามีบทบาทในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานจะส่งผลให้มีแรงกดดันทางการเมืองต่อเยอรมนี และเอื้อผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมกับบริษัทจีน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจโลกขณะนี้ ทำให้เยอรมนีลำบากมาก บริษัทห้างร้านและผู้บริโภคประสบวิกฤตด้านพลังงาน และภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจก็คืบคลานเข้ามา
หักรัสเซีย-ถ้าแตกกับจีนอีกคือพัง
ลิซานดรา ฟลาช ผู้อำนวยการศูนย์ ifo ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ให้ความเห็นกับซีเอ็นเอ็น ว่า หากสหภาพยุโรป และเยอรมนี ต้องมาแตกกับจีนอีก จะต้องสูญเสียจีดีพีอีกมหาศาล
สถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก ประเมินว่า หากการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีนลดระดับลง จีดีพีของเยอรมนีจะหายวับไปทันที 1%

ยิ่งเมื่อเยอรมนีต้องเร่งส่งออก ขณะที่ความสัมพันธ์กับรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นผู้ส่งแก๊สธรรมชาติหลักให้ สถานการณ์จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
เยอรมนีกับจีนต่างเป็นคู่ค้ารายใหญ่ะหว่างกัน นับตั้งแต่ปี 2016 (พ.ศ. 2559) ปีที่แล้วมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสูงถึง 242,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9 ล้านล้านบาท
เยอรมันหนีเสือปะจระเข้?
“กรณีของจีน เยอรมนีไม่ต้องการเสียตลาดนี้ไป ในฐานะคู่ค้าทางเศรษฐกิจ พวกเขาจะต้องพยายามยื้อสัมพันธ์ออกไปให้นานที่สุด” ราฟา อูลาทอฟสกี ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัฐศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยวอร์ซอ ให้ความเห็น

แต่การหันเข้าหาจีน ทำให้รัฐบาลเยอรมนีถูกวิจารณ์หนักเช่นกันว่า เสียศูนย์ทางเศรษฐกิจ หนีจากอำนาจเผด็จการหนึ่งไปหาอีกเผด็จการหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อจีนมีข้อครหาเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์
เจอร์เกน มัตธีส หัวหน้าแผนการตลาดโลกและภูมิภาค สถาบันเศรษฐกิจเยอรมัน ให้ความเห็นกับ ซีเอ็นเอ็น บิสิเนส ว่า เสียงวิจารณ์ถึงการชั่งน้ำหนักเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจที่จีนจะมาลงทุนในเยอรมนีไม่ใช่ประเด็นธรรมดา ๆ อีกแล้ว
“การเมืองและเศรษฐกิจ เป็นเรื่องต้องมองไปพร้อมกัน และแยกจากกันไม่ได้อีกต่อไป เมื่อต้องดึงเอาภูมิรัฐศาสตร์มาใช้ มุมมองที่มีต่อจีนดิ่งลง และเป็นด้านลบมากขึ้น” มัตธีสกล่าว

วิธีที่จีนปฏิบัติต่อลิทัวเนีย ชาติเล็ก ๆ ของยุโรป ยิ่งทำให้เห็นว่า จีนจะไม่ลังเลเลยหากต้องการหยุดกฎเกณฑ์การค้า หลังเมื่อปีก่อน จีนผุดกำแพงการค้าประจันหน้ากับลิทัวเนีย ซึ่งมีท่าทีสนับสนุนไต้หวัน
จีนลดระดับความสัมพันธ์กับลิทัวเนียด้วยเหตุผลว่า บั่นทอนอธิปไตยและการรวมดินแดนของจีน ยิ่งเมื่อปีนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลลิทัวเนียเยือนไต้หวัน จีนประกาศแซงก์ชั่นลิทัวเนียทันที เพราะคาดโทษว่าจะยุติการแลกเปลี่ยนต่อกันในทุกรูปแบบ
กุมขมับกับซีโร่โควิด
อุปสรรคการค้าอีกด้านที่คณะผู้แทนเยอรมันสะท้อนผ่านทริปเยือนจีนครั้งนี้ เป็นปัญหากุมขมับใหญ่ที่สุดของบรรดาบริษัทต่างชาติในจีน นั่นคือการที่จีนยังคงนโยบายซีโร่โควิด
แม็กซิมิเลียน บูเทก จากสภาหอการค้าเยอรมนีในจีน กล่าวว่า ความท้าทายที่สุดของธุรกิจเยอรมันที่ยังคงอยู่ในจีนคือเรื่องซีโร่โควิด การควบคุมของจีนทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจหายใจไม่ออก และยังส่งผลต่อการดึงดูดธุรกิจการลงทุนจากต่างชาติอีกด้วย
กรณีนี้นายชอลซ์เอ่ยปากกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนที่กำลังจะหมดวาระ ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเยอรมนีกับจีน เผชิญอุปสรรคมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจีนทำให้การเข้าถึงตลาดยากขึ้น ด้วยเงื่อนไขนี้
สีจิ้นผิงส่งสารอ้อมถึงปูติน
สำหรับประเด็นการเมือง นายชอลซ์หารือกับ สี จิ้นผิงถึงความร่วมมือของสองประเทศเพื่อช่วยกันฝ่าฟันสถานการณ์การเมืองโลก ซึ่งมีความซับซ้อนและพลิกผัน รวมถึงสงครามในยูเครนที่ก้าวมาถึงเดือนที่ 10 แล้ว

บลูมเบิร์กมองว่า มีเนื้อหาหนึ่งที่นายสีส่งสารผ่านนายกฯ เยอรมนี อ้อมไปถึงนายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ชาติมหามิตร ว่าจีนต่อต้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในชาติยุโรป เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ด้าน ซินหัว รายงาน ถ้อยแถลงของ สี จิ้นผิง ว่าปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน–เยอรมนี การเยือนจีนของนายชอลซ์จะช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างสองฝ่าย กระชับความร่วมมือหลากหลายด้านให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในอนาคต
“จีนและเยอรมนี ซึ่งเป็นสองประเทศขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพล ต้องทำงานร่วมกันในห้วงยามแห่งการเปลี่ยนแปลงและความไม่มั่นคง รวมทั้งมีส่วนสนับสนุนสันติภาพและการพัฒนาทั่วโลกมากขึ้น ท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศอันสลับซับซ้อนและผันผวน” สี จิ้นผิง กล่าว
…….