ราคาน้ำมันดิบ (7 พ.ย. 65) ปรับเพิ่ม จากความไม่แน่นอนดอกเบี้ย FED
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความไม่แน่นอนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED และความหวังจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของกระทรวงแรงงานสหรัฐที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 261,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ในขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 3.5% สู่ระดับ 3.7% ในเดือน ต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาวะตลาดแรงงานเริ่มผ่อนคลายลง และอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยลง
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 4 พ.ย. 2565 อยู่ที่ 92.61 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.44 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 98.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.90 เหรียญสหรัฐ
ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวลือการยุติมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดของจีน หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคของจีนกล่าวว่า ในเร็ว ๆ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับนโยบายการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศจีน นอกจากนี้ตลาดยังคงกังวลอุปทานตึงตัว จากการที่ยุโรปคว่ำบาตรและจำกัดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซีย
Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 4 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 3 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 613 แท่น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 63 ในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 1 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 155 แท่น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของอินเดีย อีกทั้งความกังวลว่าการผลิตน้ำมันเบนซินของมาเลเซียอาจหยุดชะงักจากเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นเมื่อเร็ว ๆ นี้
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 21 สัปดาห์ นอกจากนี้ราคายังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลของยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่ง
