เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กูรูเบียร์ ยกเคส ‘ลิซ่า หมดแก้ว’ ชี้สุญญากาศกฎหมายลูก ทำคนไทยเสี่ยงโดนปรับ
News กูรูเบียร์ ยกเคส ‘ลิซ่า หมดแก้ว’ ชี้สุญญากาศกฎหมายลูก ทำคนไทยเสี่ยงโดนปรับ
พาณิชย์ ขน 109 ผู้ประกอบการ ลุย CAEXPO ในจีน จี้ลดขั้นตอน อย. สินค้าสุขภาพ-ความงาม
Economic พาณิชย์ ขน 109 ผู้ประกอบการ ลุย CAEXPO ในจีน จี้ลดขั้นตอน อย. สินค้าสุขภาพ-ความงาม
ข้าวไทย ยึดเบอร์ 1 ตลาดออสเตรเลีย ครอง 34% ลุยต่อร้านอาหาร 3,500 แห่ง-ข้าวสุขภาพ
Economic ข้าวไทย ยึดเบอร์ 1 ตลาดออสเตรเลีย ครอง 34% ลุยต่อร้านอาหาร 3,500 แห่ง-ข้าวสุขภาพ
‘ไอ.ซี.ซี.’ เดินหน้าภาระกิจเพื่อสังคม มอบวีลแชร์ ช่วยผู้เปราะบาง 4 อำเภอ จ.อุดรธานี
SD ‘ไอ.ซี.ซี.’ เดินหน้าภาระกิจเพื่อสังคม มอบวีลแชร์ ช่วยผู้เปราะบาง 4 อำเภอ จ.อุดรธานี
เอเปค เร่งวางกติกา “AI” หนุนการค้า รับมือสินค้าปลอมพุ่งบนออนไลน์
Economic เอเปค เร่งวางกติกา “AI” หนุนการค้า รับมือสินค้าปลอมพุ่งบนออนไลน์
งาน “CHUD THAI” โชว์ผ้าทอลายเซเลอร์มูน กลางกรุงโตเกียว
Biz Movement งาน “CHUD THAI” โชว์ผ้าทอลายเซเลอร์มูน กลางกรุงโตเกียว
จีนผงาดเบอร์ 1 สิทธิบัตรพลังงานโลก “Geothermal” โตแรงสุด
Economic จีนผงาดเบอร์ 1 สิทธิบัตรพลังงานโลก “Geothermal” โตแรงสุด
เสร็จไม่เสร็จก็ต้องออก! ‘ห้องน้ำไฮเทคนิวยอร์ก’ ตั้งเวลา 10 นาที ประตูเปิดไล่ทันที
Politics เสร็จไม่เสร็จก็ต้องออก! ‘ห้องน้ำไฮเทคนิวยอร์ก’ ตั้งเวลา 10 นาที ประตูเปิดไล่ทันที
กบข.ส่งคืนผลตอบแทนเข้าคลัง 1.78 พันล้าน เป็นรายได้แผ่นดินครั้งแรก ยันไม่กระทบสมาชิก
Finance กบข.ส่งคืนผลตอบแทนเข้าคลัง 1.78 พันล้าน เป็นรายได้แผ่นดินครั้งแรก ยันไม่กระทบสมาชิก
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
ดูทั้งหมด

มีผลบังคับใช้แล้ว! พ.ร.ก.ให้คลังค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมันฯ 1.5 แสนล้าน

06 ต.ค. 2565 | 23:58น.

ราชกิจจาฯออกประกาศ พระราชกำหนด ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 วงเงิน 150,000 ล้านบาท มีผลบังคับใช้แล้ว และพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินจากไม่เกิน 1.7 แสนล้านบาท เป็นไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชกำหนด ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565”

มาตรา 2 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป)

มาตรา 3 ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดขึ้นและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีความจำเป็นโดยเร่งด่วนที่จะต้องกู้ยืมเงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าว และกระทรวงการคลังเห็นสมควรเข้าค้ำประกันการชำระหนี้รายนั้น กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีอาจค้ำประกันการชำระหนี้ดังกล่าวครั้งเดียวหรือหลายครั้งได้ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะโดยมิให้นำมาตรา 19 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 มาใช้บังคับแก่การค้ำประกันดังกล่าว

การค้ำประกันตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้เฉพาะที่ลงนามในหนังสือหรือสัญญาค้ำประกันภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ และต้องมีวงเงินรวมไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท

ในกรณีที่กระทรวงการคลังต้องชำระหนี้ตามวรรคหนึ่งในฐานะผู้ค้ำประกัน ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีหน้าที่ชำระคืนให้แก่กระทรวงการคลังจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ โดยที่ปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันกระทบโดยตรงต่อภาวะการครองชีพและการดำรงชีพของประชาชนทั่วประเทศ และกระทบต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจำเป็นต้องกู้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อนำมาใช้ในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

แต่โดยที่กระทรวงการคลังไม่อาจค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ จึงจำเป็นต้องผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ในห้วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าวให้บรรเทาเบาบางลง อันเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

-พ.ร.ก.ค้ำประกันกองทุนน้ำมัน

เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินไม่เกิน 1.5 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ พระราชกฤษฎี อีกฉบับ เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนและกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ พ.ศ. 2565 โดยเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินจากเดิม “จำนวนไม่เกินหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นล้านบาท” เป็น “จำนวนไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท”

โดยที่มาตรา 2 ในพระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลบังคับใช้วันที่ 7 ตุลาคม 2565) ซึ่งจะล้อหรือสอดคล้องกันกับพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 ที่ประกาศข้างต้น

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ระบุหมายเหตุไว้ว่า โดยที่ราคาน้้ามันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นวิกฤตการณ์ด้านน้้ามันเชื้อเพลิง และเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนทั่วประเทศ

สำนักงานกองทุนน้้ำมันเชื้อเพลิงจ้าเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้้ามันเชื้อเพลิงไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนมากเกินไป จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนน้้ามันเชื้อเพลิงและกรอบวงเงินกู้ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ในห้วงระยะเวลาหนึ่งให้สอดคล้องกับการกู้เงินดังกล่าว และโดยที่มาตรา 26 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินดังกล่าวกระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐบาลเข้าไปดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยเฉพาะการเข้าไปอุ้มหรือพยุงราคาน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศและค่าครองชีพของประชาชน ตัวเลข ณ วันที่ 25 กันยายน 2565 กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่ประมาณ 124,216 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 82,674 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 42,542 ล้านบาท โดยที่มีเงินช่วยเหลือด้านราคาก๊าชจากกลุ่ม ปตท.เข้ามาเติม 1,000 ล้านบาท