น้ำผึ้งล้นตลาดราคาร่วงหนัก 70 บาท/กก.-
หลายปัจจัยฉุดราคาน้ำผึ้งตก กระทบชาวสวนเลี้ยงผึ้งต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560-2561 ราคาร่วงหนักเหลือ 70 บาท/กก. จาก 150 บาท/กก. ด้านผู้ประกอบการชี้กระแสพนักงานออฟฟิศแห่เลี้ยงผึ้ง ส่งผลล้นตลาด อีกทั้งภาวะน้ำหวานไม่พอ ฉีดยาฆ่าแมลงฉุดคุณภาพต่ำ เผยน้ำผึ้งคุณภาพสูงยังผลิตน้อย ต่างชาติไม่เอาน้ำผึ้งดอกลำไย ขณะที่โอกาสภาคใต้สูง แหล่งเลี้ยงผึ้งดีที่สุด
นางสุภา ยาวิเลิศ เจ้าของสุภาฟาร์มผึ้ง จ.เชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ปัจจุบันของชาวสวนเลี้ยงผึ้งค่อนข้างลำบาก ไม่สามารถคาดหวังราคาที่แน่นอนได้ เกษตรกรบางรายยังเหลือน้ำผึ้งตกค้างจากปีที่แล้ว และยังไม่สามารถขายได้ เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจในคุณภาพ จากปัญหายาฆ่าแมลงในพืชผลทางการเกษตร และสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้ชาวสวนขาดทุน ล้งที่มารับซื้อน้ำผึ้งจากหน้าสวนก็กำหนดราคาซื้อเอง รวมถึงเกษตรกรบางรายผสมน้ำตาลลงในน้ำผึ้งขาย มีการขายตัดราคาบ้าง ไม่มีตัวชี้วัดมาตรฐานการผลิตทำให้ผลผลิตไม่ดีราคาตก
“ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อชาวสวนที่ตั้งใจทำน้ำผึ้งคุณภาพ พ่อค้าหรือล้งรับซื้อน้ำผึ้งน้อยลง จากปกติเมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี จะมีล้งมารับซื้อถึงหน้าสวน แต่ในช่วงหลังปี 2560 ไม่มีแล้ว ฉะนั้นทิศทางในปี 2562 ถ้าเกษตรกรทำของดีก็สามารถไปได้ แต่หากทำน้ำผึ้งไม่ได้คุณภาพก็ไปไม่รอด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือปัญหาทั้งเรื่องยาฆ่าแมลง บังคับใช้ อย. ให้สินค้ามีมาตรฐาน เพราะตอนนี้การทำธุรกิจน้ำผึ้งยังไม่มีมาตรฐานในการตรวจสอบ”
นายประมุข แทนวารีรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงผึ้งไทย เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำผึ้งไทยจะมีปัญหาจากหลายปัจจัย แต่น้ำผึ้งในตลาดยุโรปและอเมริกา กลับมีมากขึ้นตามจำนวนประชากร น้ำผึ้งคุณภาพยังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่น้ำผึ้งด้อยคุณภาพไม่สามารถส่งออกได้ โดยเฉพาะน้ำผึ้งดอกลำไยแม้เป็นที่นิยมในประเทศไทย แต่ไม่เป็นที่นิยมในตลาดโลก เนื่องจากสีที่เข้ม และความหวานที่มากเกินไป ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ในปัจจุบัน คือ อาร์เจนตินา ตามมาด้วยเวียดนาม ที่ผลิตน้ำผึ้งจากดอกอคาเซีย กระถินเทพา ที่มีสีอ่อน โดยพืชเหล่านี้พบได้มากทางภาคใต้ของประเทศไทย แต่ภาคใต้ของประเทศไทยไม่มีน้ำผึ้งส่งออก ทำให้เสียโอกาส อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการสวมสิทธิ์น้ำผึ้งไทยจากประเทศจีนที่ปัจจุบันถูกแบนจากอียูและอเมริกา
ด้านตลาดในประเทศไทย ปัจจุบันราคาน้ำผึ้งตกลงมาก โดยราคารับซื้อหน้าสวนน้ำผึ้งทั่วไปที่ความชื้นไม่เกิน 21% จากเดิม 150 บาท/กิโลกรัม (กก.) ปัจจุบันลดเหลือ 85-100 บาท/กก. ต่ำสุดถึง 70 บาท/กก. ส่วนน้ำผึ้งเกรดพรีเมี่ยมที่ความชื้นไม่เกิน 17% ราคาประมาณ 300-400 บาท/กก. โดยตลอดช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ราคาน้ำผึ้งดีมาตลอด จนปี 2559 เกิดภาวะแล้งจัดเป็นประวัติการณ์ ทำให้น้ำผึ้งมีน้อย ราคาสูงขึ้น โดยน้ำผึ้งเกรดพรีเมี่ยมความชื้นไม่เกิน 17% ในปีการผลิต 2558-2559 ราคาพุ่งสูงถึง 600 บาท/กก. ขณะที่ฤดูการผลิตในปี 2559-2560 น้ำดีมีฝนตกมาก สามารถเก็บน้ำผึ้งได้เยอะ ทำให้ราคาน้ำผึ้งตกลง
นายประมุขกล่าวอีกว่า อีกปัจจัยที่ทำให้น้ำผึ้งมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากกระแสเบื่องานออฟฟิศ ทำให้คนหันมาเลี้ยงผึ้งมาก ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร ทนาย สถาปนิก หมอ จนทำให้เกิดภาวะการแย่งน้ำหวานไม่เพียงพอต่อความต้องการของผึ้ง เพราะดอกไม้จากพืชมีจำกัด ทั้งยังมีโรคแบคทีเรียและเชื้อรา การใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ผึ้งจึงตายก่อนผลิตน้ำหวานเมื่อได้รับสารเคมี ทำให้คุณภาพของรังผึ้งต่ำ
“ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมและดูแลอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันนอกจากข้อมูลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ได้ทำไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เกี่ยวกับข้อมูลสำมะโนประชากรผู้เลี้ยงผึ้งที่มีอยู่ประมาณ 2 แสนรัง ปัจจุบันยังไม่มีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม แต่คาดว่าน่าจะถึง 3-4 แสนรัง โดยรังหนึ่งจะให้ผลผลิตน้ำผึ้งประมาณ 40 กก. (เฉพาะน้ำผึ้งลำไย) หากประมาณการในราคาปัจจุบัน 150 บาท/กก. จะมีมูลค่าอยู่ประมาณกว่า 1-2 พันล้านบาท”
สำหรับในประเทศไทยมีน้ำผึ้งอยู่ 3-4 ประเภทหลัก 1.น้ำผึ้งดอกลำไย ได้รับความนิยมผลิตมากที่สุด เพราะคนไทยชอบ มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะ คือ รสหวานจัด 2.น้ำผึ้งป่า จากการเลี้ยงด้วยดอกมิกาเนีย หรือดอกขี้ไก่ย่าน กับดอกสาบเสือ 3.น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่และดอกทานตะวัน นอกจากนี้ มีผลิตประปราย คือ น้ำผึ้งยางพารา น้ำผึ้งอคาเซีย น้ำผึ้งดอกเงาะ
ส่วนการแบ่งมาตรฐาน ได้แก่ น้ำผึ้งทั่วไป ความชื้นไม่เกิน 21% สามารถเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด มีโอกาสบูดหรือเสียได้เร็ว และน้ำผึ้งเกรดพรีเมี่ยม ความชื้นต่ำกว่า 17% จะมีความหนืด ปลอดสารเคมี สามารถเก็บไว้ได้นาน กระบวนการผลิตจะยุ่งยากกว่าน้ำผึ้งทั่วไป โดยเนื้อสัมผัสของทั้ง 2 ประเภทจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
