ดอลลาร์วิ่งในกรอบแคบ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาผสมผสาน
ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาผสมผสาน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนตุลาคมต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐผ่านจุดสูงสุดแล้ว
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/11) ที่ระดับ 35.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/11) ที่ระดับ 35.59/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาค่อนข้างผสมผสาน โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือน ต.ค.ในวันนี้ โดยตัวเลข PPI ดังกล่าวต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 8.0% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปีต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.3% และชะลอตัวจากระดับ 8.4% ในเดือน ก.ย.เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ต.ค.ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4 จากระดับ 0.2% ในเดือน ก.ย.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.4% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ต.ค.จากระดับ 0.3% ในเดือน ก.ย. อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) สูงกว่าคาด
ทั้งนี้ เฟดสาขานิวยอร์กรายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตดีดตัวขึ้นสู่ระดับ +4.5 ในเดือน พ.ย.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -6.0 จากระดับ -9.1 ในเดือน ต.ค. ดัชนีภาคการผลิตได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวลง ขณะที่ภาคธุรกิจลดความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก หลังจากที่หดตัว 7 จาก 11 เดือนในปีนี้ ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.60-35.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.69/71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/11) ที่ระดับ 1.0340/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/11) ที่ระดับ 1.0394/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -36.7 ในเดือน พ.ย. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -50.0 จากระดับ -59.2 ในเดือน ต.ค.
ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลงในไม่ช้า อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่เชื่้อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0334-1.0420 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0408/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/11) ที่ระดับ 139.83/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/11) ที่ระดับ 139.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเยนได้รับแรงกดดัน หลังสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2565 หดตัวลง 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 1 ปี และสวนทางกับการคาดการณ์ของตลาด เนื่องจากการอุปโภคบริโภคชะลอตัวลง และยอดการนำเข้ามีปริมาณสูงกว่าการส่งออก เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 หดตัวลง 0.3% สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขยายตัว 0.3%
รายงานระบุว่า การอุปโภคบริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 0.3% ซึ่งแม้ว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.2% แต่ก็ชะลอตัวลงอย่างมากจากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัว 1.2%
นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาในหมวดอาหารสดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี ในเดือน ก.ย. ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 138.73-140.29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 139.64/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน พ.ย. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (16/11), ดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ (16/11), ดัชนีราคาผู้บริโภคของโซนยูโร (17/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (17/11), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (17/11), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ต.ค. จาก Conference Board (18/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.5/-8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -13.5/10.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ