ธุรกิจประกันชีวิต 9 เดือนแรกปี’65 กำไร 3.33 หมื่นล้าน ลดลง 23.69% มีค่าใช้จ่าย “ตัวแทน-นายหน้า” รวม 39,140 ล้านบาท
วันที่ 3 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พบว่าธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบงวด 9 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.2565) มีกำไรสุทธิ 33,300 ล้านบาท ลดลง 10,340 ล้านบาท หรือลดลง 23.69% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ 397,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.23% และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 93,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.12%
โดยหลายคนอาจสงสัยว่าบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่แล้วสร้างยอดขายหลักมาจากช่องทางตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต ซึ่งพบว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในหมวดค่าใช้จ่าย “ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ” ตรงส่วนนี้ต่อปีมูลค่าค่อนข้างสูง โดยวันนี้ประชาชาติธุรกิจได้ค้นหาข้อมูลโดยแยกค่าใช้จ่ายตามกลุ่มขนาดบริษัท แบ่งตามเบี้ยรับตรง พบว่า
- บริษัทขนาด L มีเบี้ยมากกว่าเท่ากับ 5 หมื่นล้านบาท ดำเนินการจ่ายค่าจ้างไปทั้งหมด 25,261 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 1.เอไอเอ 2.เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต 3.เมืองไทยประกันชีวิต 4.ไทยประกันชีวิต และ 5.กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต
- บริษัทขนาด M มีเบี้ยมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท ดำเนินการจ่ายค่าจ้างไปทั้งหมด 9,280 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 1.พรูเด็นเชียลประกันชีวิต 2.อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต 3.กรุงเทพประกันชีวิต 4.เจนเนอราลี่ประกันชีวิต และ 5.ไทยสมุทรประกันชีวิต และ
- บริษัทขนาด S มีเบี้ยน้อยกว่าเท่ากับ 1 หมื่นล้านบาท จะเป็นบริษัทรายอื่น ๆ (อ้างอิงการจัดอันดับเบี้ยรับตรงของสิ้นปี 2564)
โดย 9 เดือนแรกปีนี้มีค่าใช้จ่ายรวมส่วนนี้ทั้งหมด 39,140 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายปีแรก 25,739 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายปีต่อไปอีก 13,400 ล้านบาท