สภาโหวตเห็นชอบไทยเข้าภาคีความตกลงกรุงเฮก ดันงานออกแบบบุกตลาดโลก
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายสิทธิบัตรไทยสำเร็จไปอีกขั้น ล่าสุดรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ไทยเตรียมเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก นักออกแบบไทยขอรับความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศได้สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้น
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายสิทธิบัตรของไทยให้ทันสมัยตอบโจทย์การค้ายุคปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก ส่งผลให้คนไทยขอรับความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศได้สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และค่าใช้จ่าย โดยสามารถยื่นเพียงคำขอเดียวและเลือกรับความคุ้มครองได้ถึง 93 ประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ การเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ของคนไทย กระตุ้นให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รวมทั้งสร้างโอกาสทางการค้าให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และนักออกแบบของไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
“การเข้าเป็นภาคีดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน (ASEAN IPR Action Plan 2016-2025) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการออกแบบในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยซึ่งถือได้ว่ามีนักออกแบบที่มีศักยภาพ มีการผลิตผลงานออกแบบที่มีคุณภาพ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการจดทะเบียนผลงานการออกแบบ เพื่อขอรับความคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย

โดยมีสถิติการยื่นจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ของคนไทยกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาสูงถึง 3,500 คำขอต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 70% ของคำขอที่ยื่นทั้งหมด ดังนั้น การเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก จึงนำมาซึ่งโอกาสของนักสร้างสรรค์ไทยที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญได้อย่างมั่นใจ และต่อยอดความสำเร็จได้ไกลในเวทีโลก
ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่า หลังจากนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าภารกิจเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีดังกล่าว ทั้งในด้านการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับภาคเอกชนและภาคประชาชนให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมภาคีด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ รวมไปถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯ และการตรากฎหมายอนุบัญญัติ เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติให้คนไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าเป็นภาคีความตกลงฉบับนี้