เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

มอง SET… คัด 10 หุ้นเด่น รับปีกระต่าย

07 ม.ค. 2566 | 13:31น.
SET

SET

คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน
ผู้เขียน : เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX)

สวัสดีปีใหม่ 2566 ปีกระต่ายครับท่านนักลงทุน ผมขอใช้โอกาสนี้ ส่งความปรารถนาดีต่อทุกท่าน ให้พอร์ตการลงทุนเติบโตว่องไวเหมือนกระต่ายที่ปราดเปรียว ร่ำรวยกันยิ่งขึ้น มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรตลอดปีและตลอดไปครับ

ด้านภาพรวม SET ในปี 2565 เคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่ช่วงต้นปีบริเวณ 1,718 จุด หลังจากนั้นปรับลงอย่างต่อเนื่อง โดยลงไปทำจุดต่ำสุดของปีบริเวณ 1,517 จุด ในช่วงกลางเดือน ก.ค. และเริ่มฟื้นตัวกลับอีกครั้ง โดยในปี 2565 มีปัจจัยลบเข้ามามากมายที่กระทบ อาทิ สงครามรัสเซีย-ยูเครน, มาตรการควบคุมโควิดของจีนที่เข้มงวด และการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัว โดยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อของบรรดาธนาคารกลางสำคัญของโลก

อย่างไรก็ตาม SET นับว่าแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ โดยในปี 2565 แม้เคลื่อนไหวผันผวน แต่สุดท้ายสามารถปิดบวกได้เล็กน้อยประมาณ 0.67% เมื่อเทียบกับในปี 2564 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งกว่าภาพรวม โดยในปี 2565 ค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นหลักต่าง ๆ ปรับตัวลดลง 17% จากปี 2564 ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งกว่าตลาดอื่น มาจากปัจจัยภายในประเทศ จากการบริโภคที่แข็งแกร่งและการเปิดประเทศ หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย

ด้านแนวโน้ม SET ในปี 2566 มองว่ายังเคลื่อนไหวในกรอบใหญ่ระหว่าง 1,500-1,700 จุด โดยในช่วงครึ่งแรกของปี คาดว่ามีแนวโน้มขึ้นมาเคลื่อนไหวหรือเหนือบริเวณ 1,700 จุดได้ ด้วยปัจจัยหนุน 1) การเปิดประเทศของจีน 2) การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดใกล้ปลายทาง ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐ แม้มีความเสี่ยงถดถอยในปีนี้ แต่คาดว่าจะไม่รุนแรง (soft recession) 3) ปัจจัยภายในจากการเลือกตั้งในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม ระดับ SET เมื่อเหนือ 1,700 จุด จะเริ่มมีมูลค่าที่ตึงตัว บวกกับภาวะเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มชะลอตัว จากฐานที่สูงในครึ่งหลังของปีก่อน มองมีโอกาสทำให้เงินทุนไหลออก เป็นปัจจัยกดดันดัชนีได้ ทำให้ SET มีแนวโน้มเคลื่อนไหวลงมาหากรอบล่างบริเวณ 1,500-1,550 จุดอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากที่ผมมองแนวโน้มตลาดในปีนี้ ยังคงมีความผันผวนอยู่ และลักษณะการเคลื่อนไหวยังเป็นแบบ sideways ทำให้ด้านกลยุทธ์ลงทุน ยังคงแนะนำ selective buy หรือปรับเพิ่มลดหุ้นในพอร์ตตามกรอบ โดยหากดัชนีขึ้นมาเหนือ 1,700 จุด ใช้เป็นโอกาสในการลดหุ้นในพอร์ต โดยขายทำกำไร และหากดัชนีลงมาบริเวณ 1,550 จุด ให้ใช้เป็นโอกาสในการเพิ่มหุ้นในพอร์ต หรือเริ่มซื้อสะสม เนื่องจากผมมองว่าระดับ 1,550 จุดลงไป ดัชนีจะมี downside ที่จำกัด

สุดท้ายนี้ ในโอกาสต้อนรับปีใหม่ 2566 ผมใช้โอกาสนี้ แนะนำหุ้นเด่นประจำปี 2566 ของ InnovestX ได้แก่

1) AOT เป็นหุ้นได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศของจีน

2) AU ความหวานที่เริ่มลงตัว โดยคาดกำไรฟื้นตัวเด่น และกลับมาขยายสาขาเชิงรุกมากขึ้น

3) BBL ชอบสุดในกลุ่ม จากกำไรเติบโตเด่นสุด แต่เป็นธนาคารที่ปลอดภัยสุด (สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ กระทบจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจ และมีการตั้งสำรองในระดับสูง)

4) BDMS กำไรเติบโตอย่างปลอดภัย และผู้ป่วยต่างชาติกลับมาดี จากการเปิดประเทศ

5) CPALL เป็นหุ้นค้าปลีกที่มีการเติบโตโดดเด่น

6) CRC ยังอยู่ในเส้นทางการฟื้นตัว

7) GPSC มองแนวโน้มดีขึ้นในปี 2023 จากการปรับค่า Ft ช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น

8) HANA มองภาพรวมอุตสาหกรรมฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2023

9) SCGP คาดกำไรพลิกกลับมาเติบโตในปี 2023 จากธุรกิจหลัก และการทำ M&A

10) SECURE มองปัจจัยกดดันลดลงพร้อมกลับมาเติบโตอีกครั้ง

ทั้งนี้ InnovestX ประเมินว่า หากลงทุนให้น้ำหนักเท่ากันทุกตัวที่หุ้นละ 10% ในสถานการณ์ที่เป็นไปตามคาด จะให้ผลตอบแทนประมาณ 20% อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์แย่กว่าคาด ผลตอบแทนมีโอกาสติดลบได้ 20% เช่นกัน ส่วนในทางบวก เช่น จีนเปิดประเทศเร็วขึ้น เงินเฟ้อลงเร็วกว่าคาด และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 20%

แล้วพบกันใหม่ในคอลัมน์ฉบับหน้า ด้วยรักและหวังดี

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET ซื้อขายหุ้น