เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ระยองเร่งระบายน้ำ ‘อ่างคลองระโอก’ แตะ 121% เฝ้าระวัง 4 ตำบล พื้นที่เกษตรกระทบเกือบ 1.2 หมื่นไร่
Economic ระยองเร่งระบายน้ำ ‘อ่างคลองระโอก’ แตะ 121% เฝ้าระวัง 4 ตำบล พื้นที่เกษตรกระทบเกือบ 1.2 หมื่นไร่
น้ำท่วมซ้ำเติมตลาดอสังหาฯ แนะอัปเกรด “บ้านทนทาน” จี้รัฐปรับผังเมือง คุมพื้นที่เสี่ยง รับมือระยะยาว
Real Estate น้ำท่วมซ้ำเติมตลาดอสังหาฯ แนะอัปเกรด “บ้านทนทาน” จี้รัฐปรับผังเมือง คุมพื้นที่เสี่ยง รับมือระยะยาว
เปิด 5 แนวปฏิบัติ กสร. แนะนายจ้าง-ลูกจ้าง ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
HR เปิด 5 แนวปฏิบัติ กสร. แนะนายจ้าง-ลูกจ้าง ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัด รธน.
Politics ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัด รธน.
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,800 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,800 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
คกก.สรรหา กสทช. มีมติให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประธาน กสทช.
Tech คกก.สรรหา กสทช. มีมติให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประธาน กสทช.
‘มารวย’ ปักหลักฉะเชิงเทรา ลุยบ้านหรู-ไม่เล่นสงครามราคา
Real Estate ‘มารวย’ ปักหลักฉะเชิงเทรา ลุยบ้านหรู-ไม่เล่นสงครามราคา
ดีอี-อุตุ ปรับแผนสื่อสารเตือนภัยจากฝน เพิ่มช่องทางประชาชนติตตามพยากรณ์อากาศ
Tech ดีอี-อุตุ ปรับแผนสื่อสารเตือนภัยจากฝน เพิ่มช่องทางประชาชนติตตามพยากรณ์อากาศ
ITD ชงพาณิชย์ปรับเกมดึง FDI รับทุนเข้า AI-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic ITD ชงพาณิชย์ปรับเกมดึง FDI รับทุนเข้า AI-ดาต้าเซ็นเตอร์
Auto Pilot ลุยน้ำท่วมไม่เบรก จนสหรัฐต้องเรียกคืนระบบ 3,791 ชุด
News Auto Pilot ลุยน้ำท่วมไม่เบรก จนสหรัฐต้องเรียกคืนระบบ 3,791 ชุด
ดูทั้งหมด

จับตาประชุม กนง.กลางสัปดาห์ ตลาดซื้อขายเบาบาง ช่วงวันหยุดตรุษจีน

23 ม.ค. 2566 | 18:23น.
ธปท. แบงก์ชาติ

จับตาการประชุม กนง.กลางสัปดาห์ ตลาดซื้อขายเบาบางในช่วงวันหยุดตรุษจีน ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ให้น้ำหนัก 97% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2566 ว่าค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/1) ที่ระดับ 32.58/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/1) ที่ระดับ 32.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยถูกกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลออัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยนายแพตทริก ฮาเคอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยในวันศุกร์ (20/1) ว่าเขาคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% นั้นเหมาะสม หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกในปีที่ผ่านมา

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. ซึ่งเป็นการประชุมนโยบายการเงินนัดแรกของเฟดในปีนี้ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐต่างบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนัก 76.7% ขณะที่เงินบาทปรับตัวแข็งค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ที่ระดับ 32.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐในเช้าวันจันทร์ (23/1)

นอกจากนี้ นักลงทุนรอจับตาดูการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย อัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจาก PCE/Core PCE Price Indices ประจำเดือนธันวาคม, ตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2565 (ครั้งที่ 1) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตลาดจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันพุธนี้ (25/1) โดยคาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย ซึ่ง Bloomberg ประเมินไว้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จากระดับ 1.25% สู่ระดับ 1.50%

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย รวมถึงการเข้าถือพันธบัตรไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะเริ่มอ่อนค่าลง และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.58-32.84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/1) ที่ระดับ 1.0893/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/1) ที่ระดับ 1.0830/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ตลาดรอจับตาดูรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน (Consumer Confidence) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนมุมมองความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยุโรปที่จะประกาศในวันนี้ (23/1) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0886-1.0903 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0897/01 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/1) ที่ระดับ 129.18/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อศุกร์ (20/1) ที่ระดับ 129.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ขานรับถ้อยแถลงของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งระบุว่า BOJ จะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นพิเศษต่อไป อย่างไรก็ดีตลาดรอจับตาดูตัวเลขดัชนีภาคบริการและดัชนีภาคการผลิตประจำเดือนมกราคมของญี่ปุ่น (24/1)

นอกจากนี้นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (22/1) ว่า เขาจะเสนอชื่อผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คนใหม่ในเดือนหน้า ขณะที่ตลาดกำลังรอดูว่า BOJ จะเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ คนปัจจุบันหรือไม่ ประกอบกับนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ อาจไม่คุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 129.18-130.03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 129.9/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือนมกราคม (23/1), ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคของอังกฤษ เดือนมกราคม (24/1), นอกจากนี้ทางด้านสหรัฐตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI (เบื้องต้น) ของสหรัฐเดือนมกราคม (24/1) อัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือนธันวาคม (26/1), จีดีพีไตรมา 4/2565 (26/1), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (26/1) และยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธันวาคม (26/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.60/-10.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -13.30/-7.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ