เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

สิ้นสุดพักหนี้รถยึด 1.8 แสนคัน ผ่อนต่อไม่ไหว-ล้นลานประมูล

08 ก.พ. 2566 | 06:44น.
รถยึด สิ้นสุดพักหนี้

ธุรกิจลานประมูลคึกคัก คาดยอดรถยึดปีนี้พุ่งแตะ 1.5-1.8 แสนคัน หลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทยอยหมดลง สถาบันการเงินโหมปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ “แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น” คาดสถานการณ์รถยึดดีดกลับสู่ภาวะปกติเหมือนก่อนโควิด ฟาก “SIA” แจงเริ่มเห็นสัญญาณรถยึดพุ่งตั้งแต่ไตรมาสแรก “ธนาคารเกียรตินาคิน” ชี้หากช่วยแล้ว 4 ครั้ง ลูกค้ายังชำระไม่ไหวก็ต้องยึด

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการประมูลรถรายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากภาพรวมธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ในปี 2566 นี้ ที่คาดว่าจะขยายตัวมากขึ้น หลังสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามากระตุ้นตลาดให้ตื่นตัว ทำให้สถาบันการเงินแข่งกันปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อมากขึ้น

จึงคาดว่าภาพรวมตลาดรถยึด รวมถึงการคืนรถ สู่ธุรกิจลานประมูล น่าจะคึกคักตามอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่คาดว่าจะมีมากขึ้นจะส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีโอกาสจะเร่งขึ้น ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะทยอยหมดลง จะส่งผลให้หนี้เสียเพิ่มขึ้น

ตัวเลขยึดรถแนวโน้มเพิ่ม

นายอนุชาติกล่าวว่า จากทิศทางดังกล่าวประเมินว่า ปี 2566 จะมีรถไหลเข้าสู่ลานประมูล กลับเข้าสู่ระดับปกติเท่ากับก่อนเกิดโควิด-19 หรือประมาณ 1.5-1.8 แสนคัน จากปีที่แล้วที่มีรถยึดเข้ามาประมาณ 1.2 แสนคัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก ปีที่ผ่านมามาตรการช่วยเหลือของ ธปท.ยังมีอยู่ ทำให้สถาบันการเงินชะลอการยึดรถ

แต่สำหรับปีนี้หลังมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลง จะส่งผลให้การยึดรถและรถที่เป็นหนี้เสียไหลเข้าลานประมูลมากขึ้น นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่กลับมา บริษัทรถเช่าก็อาจจะปล่อยรถเข้าลานประมูลมากขึ้น

สำหรับแอพเพิล ออโต้ฯเอง ตั้งเป้ารายได้จากการประมูลขายรถปีนี้อยู่ที่ 500-600 ล้านบาท หรือเติบโต 3-5% จากประมาณการว่าจะมีรถเข้าสู่ลานประมูลของบริษัทประมาณ 5-6 หมื่นคัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ราว 25-30% ของตลาดรถยึดทั้งหมด และบริษัทจะเพิ่มพื้นที่โกดังเก็บรถในภาคอีสานอีก 1-2 แห่ง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในปีนี้

“ตลาดรถยึดปีนี้คงคึกคักไปตามอุตสาหกรรมเช่าซื้อ เพราะยอดขายรถเยอะ แบงก์ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสที่รถเก่าจะ turn over สูง ขณะเดียวกันมาตรการปรับโครงสร้างหนี้หมดแล้ว น่าจะทำให้เทรนด์รถไหลเข้าลานประมูล กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ทุกอย่างชะลอลงในช่วงโควิด”

สิ้นสุดมาตรการพักหนี้ตัวแปร

นายชุมพล กิตติชัยสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล จำกัด (SIA) กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า คาดว่าตลาดรถยึดเข้าลานประมูลทั้งระบบปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 20-30% จากปี 2565 เนื่องจากมาตรการเยียวยาของภาครัฐ อย่างการพักชำระหนี้ กำลังจะหมดลงในกลางปีนี้

จากแนวโน้มรถยึดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าทำยอดประมูลขายรถเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว จากเดิมจะมียอดอยู่ที่ 2,500-3,000 คันต่อเดือน จากปีก่อนไม่ถึง 2,000 คันต่อเดือน โดยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นคัน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยตั้งเป้ากำไรหลังจากหักภาษีแล้วอยู่ที่ 130 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไรอยู่ที่ 85-90 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์ SIA หลัก ๆ ยังคงเดินหน้าขยายพันธมิตร ที่ปัจจุบันมีกว่า 100 ราย ซึ่งปีนี้จะขยายไปสู่ผู้ประกอบการไฟแนนซ์ท้องถิ่น (local finance) เพื่อเพิ่มปริมาณธุรกรรมที่ส่งให้บริษัทมากขึ้น รวมถึงการขยายพื้นที่ลานประมูลและสถานที่รับรถเพิ่มขึ้นตามต่างจังหวัดจากปัจจุบันมีเพียง 37 แห่ง จะเพิ่มเป็น 45 แห่งในปีนี้ จากที่ผ่านมาบริษัทเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) เกือบครบทั้งหมดแล้ว

“ตั้งแต่ต้นปี เราก็เริ่มเห็นรถยึดไหลเข้าลานประมูลอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการเยียวยาทั้งหลายเริ่มทยอยหมด คิดว่ารถยึดก็น่าจะมีมากขึ้น ซึ่งเราเองก็ตั้งเป้าเติบโต 1 เท่า และในอนาคตเราจะแตกไลน์ธุรกิจ เช่น การร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จัดประมูลทรัพย์สินประเภทอื่น อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ฯลฯ เพื่อหารายได้ แต่ธุรกิจหลักของเรายังคงเป็นพอร์ตรถและจักรยานยนต์”

ตัวเลขยึดรถ 2.5 พันคัน/เดือน

นายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า สถานการณ์รถยึด หรือการคืนรถยนต์ของแบงก์ จะปรับเปลี่ยนขึ้นลง ตามปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และพอร์ตสินเชื่อของธนาคารเป็นหลัก เนื่องจากพอร์ตธุรกิจเช่าซื้อของ KKP กว่า 60% เป็นรถเก่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะได้รับผลกระทบทั้งจากเศรษฐกิจและภาวะตลาดโดยรวม ทำให้อัตราการยึดรถจะสูงกว่ารถยนต์ใหม่

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ทยอยฟื้น โดย KKP Research คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัว 3.6% ธนาคารจึงคาดหวังว่าอัตราการยึดรถและคืนรถในปีนี้สูงสุดจะไม่เกิน 2,000-2,500 คันต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มากนักและเป็นการเพิ่มขึ้นตามพอร์ตสินเชื่อคงค้างที่สูงขึ้น

“จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาตามการเปิดประเทศ ลูกค้าที่ขอความช่วยเหลือผ่านมาตรการเริ่มทยอยลดลง เราก็หวังว่าสถานการณ์รถยึดไม่น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจและปัจจัยในแต่ละเดือน แต่ในกรณีลูกค้าที่ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่าง ๆ แล้ว 4 ครั้ง แล้วลูกค้ายังไม่สามารถกลับมาชำระได้ กลุ่มนี้ธนาคารจะเข้าไปขอยึดรถแทน” นายฟิลิปกล่าว