เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
ดูทั้งหมด

จับตา “เพดานหนี้” สหรัฐ เตรียมเขย่าโลกอีกครั้ง

03 ก.พ. 2566 | 08:47น.
เพดานหนี้สหรัฐ
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเผชิญกับปัญหา “เพดานหนี้” มาแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีหลังมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่พรรคการเมืองหนึ่งครองอำนาจบริหารประเทศอยู่ในทำเนียบขาว แต่อีกพรรคกุมอำนาจอยู่ในรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบในการขยายเพดานหนี้ออกไป เพื่อให้รัฐบาลสามารถกู้เงินเพิ่มเติมมาใช้บริหารประเทศได้ต่อไป

ไม่ต้อง “ผิดนัดชำระหนี้” ซึ่งจะก่อให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจขึ้นตามมา

ในช่วง 20 ปีหลังมานี้กรณีการใช้ “เพดานหนี้” มาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมืองขึ้นอย่างน้อย 9 ครั้งด้วยกัน แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่เคยต้อง “ดีฟอลต์” มาก่อน

ครั้งที่ร้ายแรงที่สุด หวุดหวิดจวนเจียนที่สุดในระยะหลังนี้ เกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อครั้งที่ “บารัก โอบามา” จากพรรคเดโมแครต ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้วพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐ

เจรจาต่อรองกันจนเหลือเวลาห่างจากเส้นตายเพียงไม่กี่วัน จึงสามารถตกลงเงื่อนไขกันได้ แต่ก็เล่นเอารัฐบาลต้องปิดทำการหน่วยงานที่ไม่จำเป็นไปหลายวัน และส่งผลให้สหรัฐอเมริกาถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ปัญหาเพดานหนี้ครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อ “เจเนต เยลเลน” รัฐมนตรีคลังประกาศเมื่อ 19 มกราคมที่ผ่านมาว่า สหรัฐอเมริกาก่อหนี้เต็มเพดาน 31.381 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว จนทำให้ตนเองต้องหันมาใช้ “มาตรการพิเศษ” ทางบัญชี เพื่อรักษา “เงินสด” เอาไว้ในมือ
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาตรการพิเศษที่ว่านี้ ซึ่งว่ากันว่ากลายเป็น ช่วยหล่อเลี้ยงให้การดำเนินงานของรัฐบาลยังคงเป็นไปได้ต่อไปอีกหลายเดือน จนกว่าจะถึงจุดวิกฤต ซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นช่วงกลางปีนี้

ในช่วงเวลาระหว่างนั้น รัฐบาลประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” คาดหวังว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาให้ขยายเพดานหนี้ออกไป เพื่อไม่ให้การบริหารงานต้องชะงักงันและกลายเป็นปัญหาขึ้นมา

แต่บรรดาผู้สันทัดกรณีเชื่อว่าการเจรจาต่อรองระหว่างทำเนียบขาวกับสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาในคราวนี้ มีแนวโน้มที่จะ “ดราม่า” ไม่แพ้เมื่อปี 2011 หรือไม่ก็อาจเลวร้ายยิ่งกว่าด้วยซ้ำไป

ปัญหาคราวนี้อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่ และมีเควิน แม็กคาร์ธี ดำรงตำแหน่งประธาน

ที่น่าสนใจก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า กว่าจะได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แม็กคาร์ธีต้องผ่านการโหวตของ ส.ส.รีพับลิกันด้วยกันซ้ำแล้วซ้ำอีกถึง 15 รอบ เพราะเหล่า ส.ส.รีพับลิกันที่เป็นพวก “ฮาร์ดไลน์” ทั้งหลายปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุน

จนกระทั่งแม็กคาร์ธีต้องยอมรับเงื่อนไขของบรรดา ส.ส.เหล่านั้น ซึ่งรวมถึงการต่อรองเงื่อนไขให้รัฐบาลเดโมแครตต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายและวางแนวทางทำให้งบประมาณสมดุลภายใน 10 ปี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการขยายเพดานหนี้

สภาพที่ว่านี้ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองอเมริกันชี้ว่า สะท้อนให้เห็นความแตกแยกเป็นฝักฝ่าย เป็นก๊วนภายในพรรครีพับลิกันอย่างชัดเจน ขาดผู้นำที่มีบารมีพอที่จะทำให้ทุกคนอยู่ในแถว ในขณะที่แต่ละฝ่ายพร้อมที่จะฝืนมติพรรคตราบเท่าที่เงื่อนไขที่กลุ่มตนพอใจไม่ได้รับการตอบสนอง

การเจรจาต่อรองในสภาพเช่นนี้ยากเย็นแสนเข็ญ และแม้ตัวแทนเจรจาจะตกลง แต่มติในสภาพร้อมที่จะพลิกผันได้ตลอดเวลา

นี่เองที่ทำให้ “ไมเคิล เฟโรลี” นักเศรษฐศาสตร์ของเจพีมอร์แกน ระบุเมื่อปลายเดือนมกราคมว่า ประเด็นการต่อรองเรื่องเพดานหนี้ครั้งนี้อาจเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในปี 2023 นี้

หลายคนเห็นพ้องด้วย นักวิเคราะห์บางราย รวมทั้งอเล็ก ฟิลิปปส์ ของโกลด์แมน แซกส์ และพาโบล วิลลานูวา แห่งยูบีเอส ชี้ว่า ที่ต่างออกไปในทางที่แย่กว่าเมื่อปี 2011 ก็คือ ในตอนนี้สหรัฐอเมริกามีหนี้สูงกว่า แถมดอกเบี้ยก็ยังสูงกว่ามากอีกด้วย

ถ้าหากสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้อง “ดีฟอลต์” จริง ๆ สารพัดสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นทันตาเห็น ตลาดหุ้นดิ่งเหว, ต้นทุนกู้ยืมพุ่งพรวด, การขยายตัวทางเศรษฐกิจฟุบ แม้กระทั่งสถานะของเงินสกุลดอลลาร์ยังสั่นคลอน

ที่สำคัญก็คือ สิ่งเหล่านี้จะไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในสหรัฐอเมริกา แต่จะลุกลามไปยังตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลก

รัฐมนตรีคลังอย่างเจเนต เยลเลนเอง ยอมรับกับสื่ออย่างตรงไปตรงมาว่า “เครียด” กับปัญหาเพดานหนี้ครั้งนี้ และชี้ว่าในกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ขึ้น “วิกฤตการเงิน” ในสหรัฐอเมริกาจะเกิดขึ้นตามมา ต่อด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่จะดิ่งลึกมากขึ้น ในขณะที่รัฐบาลตกอยู่
ในสภาพทำอะไรไม่ได้

เยลเลนยืนยันว่า ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้เกิดโกลาหลไปทั่วโลกได้เลยทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐอเมริกา