การเยือนจีนของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ส่งเสริมสัมพันธ์หรือเพิ่มความตึงเครียด ? 

แอนโทนี บลิงเคน และ สี จิ้นผิง พบกันวันที่ 26 เมษายน 2024 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
แอนโทนี บลิงเคน และ สี จิ้นผิง พบกันวันที่ 26 เมษายน 2024 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน (ภาพโดย Mark Schiefelbein/Pool via REUTERS)

แอนโทนี่ บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน ในระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2024 

การเยือนจีนของบลิงเคนในกลายครั้งที่ผ่านมาได้รับการต้อนรับอย่างเย็นชา ครั้งนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมมากนัก เพราะการเดินทางมาเยือนของบลิงเคนเป็นการมาเพื่อพูดเรื่องที่จีนไม่ยอมรับ 

ประเด็นสำคัญที่บลิงเคนนำมาสื่อสารในการเยือนจีนครั้งนี้คือ ความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนให้การสนับสนุนต่อกองทัพรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่คุกคามความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐที่เพิ่งพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ 

ไฮไลต์การเดินทางเยือนจีนของบลิงเคนอยู่ในวันที่ 26 เมษายน ช่วงเช้าบลิงเคนพบกับ หวัง อี้ (Wang Yi) สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน

แมทธิว มิลเลอร์ (Matthew Miller) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐแถลงยืนยันว่า บลิงเคนได้หารือเรื่องการให้ความช่วยเหลือรัสเซียกับหวังอี้ และยังหารือเรื่องไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และเรื่องที่เป็นปัญหาอื่น ๆ ด้วย

Advertisment

แม้ว่าจีนจะไม่ได้จัดหาอาวุธสงครามให้รัสเซียโดยตรงในการทำสงครามกับยูเครน แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐเตือนว่า บริษัทจีนช่วยเหลือรัสเซียในระดับที่ช่วยพลิกสถานการณ์ของสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ อย่างเช่น การที่รัสเซียนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรจำนวนมากจากประเทศจีน ช่วยให้รัสเซียเพิ่มการผลิตขีปนาวุธได้ 

ด้านจีนตอบโต้ว่า จีนไม่ได้จัดหาอาวุธให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเสริมว่าไม่ได้เป็นผู้มีส่วนทำให้เกิดหรือเป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์ยูเครน และมีการระบุว่า การทำการค้าปกติระหว่างจีนกับรัสเซียไม่ควรถูกขัดขวางหรือจำกัด 

แอนโทนี บลิงเคน และ หวัง อี้ พบกันวันที่ 26 เมษายน 2024 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
แอนโทนี บลิงเคน และ หวัง อี้ พบกันวันที่ 26 เมษายน 2024 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน (ภาพโดย Mark Schiefelbein/Pool via REUTERS)

ตามการรายงานของรอยเตอร์ (Reuters) หวัง อี้ บอกกับบลิงเคนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐมีเสถียรภาพ แต่ปัจจัยลบในความสัมพันธ์ยังคงเพิ่มขึ้นและถูกสร้างขึ้น (โดยสหรัฐ)

“ความสัมพันธ์กำลังเผชิญกับการหยุดชะงักทุกรูปแบบ สิทธิในการพัฒนาอันชอบด้วยกฎหมายของจีนถูกระงับอย่างไม่มีเหตุผล และแกนผลประโยชน์หลักของเรากำลังเผชิญกับความท้าทาย” หวังอี้กล่าว

Advertisment

หวังกล่าวด้วยว่า สหรัฐจะต้องไม่ก้าวข้าม “เส้นสีแดง” ที่ครอบคลุมเรื่องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนา ซึ่งชัดเจนว่าหมายถึงกรณีไต้หวันที่จีนอ้างว่าเป็นดินแดนของจีน และกรณีทะเลจีนใต้ซึ่งจีนมีข้อพิพาทกับฟิลิปปินส์และหลายประเทศในอาเซียน 

ทั้งนี้ ในขณะที่บลิงเคนเดินทางเยือนจีน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน (Joe Biden) ของสหรัฐ ได้ลงนามออกกฎหมายบีบให้ ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทสัญชาติจีนขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ ไม่กี่วันหลังจากที่ประกาศกำหนดอัตราภาษีใหม่สำหรับประเทศในเอเชีย และได้บังคับใช้มาตรการควบคุมการค้าจำนวนมากเพื่อขัดขวางไม่ให้จีนเข้าถึงชิปขั้นสูง โดยอ้างถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ 

ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) หวัง อี้ กล่าวระหว่างหารือและรับประทานอาหารร่วมกับบลิงเคนว่า สหรัฐใช้ “มาตรการอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อระงับเศรษฐกิจของจีน … นี่ไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรม แต่เป็นการควบคุม และไม่ได้ขจัดความเสี่ยง แต่เป็นการสร้างความเสี่ยง” 

ในช่วงเย็น ก่อนเดินทางออกจากแดนมังกร บลิงเคนได้พบกับ สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีของจีน 

ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก ซึ่งอ้างอิงคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศของจีน สี จิ้นผิง บอกกับบลิงเคนเหมือนที่เขาเคยไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่า “จีนและสหรัฐควรเป็นหุ้นส่วนกันมากกว่าที่จะเป็นคู่แข่งกัน” และทั้งสองฝ่ายควร “แสวงจุดร่วมและสงวนจุดต่าง แทนที่จะมีส่วนร่วมในการแข่งขันอันเลวร้าย” 

แอนโทนี บลิงเคน และ สี จิ้นผิง พบกันวันที่ 26 เมษายน 2024 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
แอนโทนี บลิงเคน และ สี จิ้นผิง พบกันวันที่ 26 เมษายน 2024 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน (ภาพโดย Mark Schiefelbein/Pool via REUTERS)

ด้านบลิงเคนบอกกับ สี จิ้นผิง ถึงความคืบหน้าในการติดต่อสื่อสารทางการทหาร หลังจากที่รัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศได้พูดคุยหารือกันครั้งแรกเมื่อเร็ว ๆ นี้ และความก้าวหน้าของความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติด “เรามุ่งมั่นที่จะรักษาและเสริมสร้างการสื่อสารให้แน่นแฟ้น” บลิงเคนกล่าว พร้อมเสริมว่าการทำเช่นนี้จะหลีกเลี่ยง “การคำนวณที่ผิดพลาด”

ตามการรายงานของ โพลิติโก (Politico) ซึ่งอ้างอิงการรายงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) คำพูดของสี จิ้นผิง รุนแรงกว่านั้น โดยระบุว่า สี จิ้นผิงกล่าวกับบลิงเคนว่า สหรัฐควรหยุด “พูดอย่างหนึ่งแล้วทำอีกอย่างหนึ่ง” และเรียกร้องให้สหรัฐอย่าปฏิบัติต่อจีนในฐานะศัตรู “เราควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ทำร้ายกัน” 

และสี จิ้นผิง กล่าวตอบโต้ต่อการที่บลิงเคนพูดถึงความคืบหน้าในการติดต่อสื่อสารด้านต่าง ๆ ว่า “แม้ว่าจะมีการสื่อสารในบางสาขา โดยมีความคืบหน้าในเชิงบวกบ้าง แต่ก็ยังมีคำถามมากมายที่ต้องได้รับการแก้ไข และยังมีที่ว่างสำหรับการปรับปรุงเพิ่มเติมต่อไป”

…ดูเหมือนว่าการเยือนของนักการทูตสูงสดของสหรัฐจะเป็นการเยือนที่เพิ่มความตึงเครียดมากกว่าจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น