ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐเผยตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ส่งผลให้เฟดยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายตึงตัวผ่านการขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ เงินบาทอ่อนค่า ปิดตลาดที่ระดับ 34.28/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/2) ที่ระดับ 33.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน ม.ค.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเพิ่มขึ้น 6.4% ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นต่ำสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2564 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.2% แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 6.5% ในเดือน ธ.ค.
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 5.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 5.5% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นต่ำสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 5.7% ในเดือน ธ.ค. โดยถึงแม้ว่าเงินเฟ้อในสหรัฐจะมีสัญญาณชะลอตัว ทว่าตัวเลขที่ออกมาได้แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อชะลอตัวช้ากว่าที่ตลาดคาด บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายตึงตัวผ่านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป เพื่อให้เงินเฟ้อลดลง
ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของประธานเฟดสาขานิวยอร์กที่กล่าวว่า แม้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐมีสัญญาณชะลอตัว แต่ยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมาย ดังนั้น ธนาคารกลางจึงอาจต้องปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่าที่การคาดการณ์ปัจจุบันระบุไว้ อย่างไรก็ตาม เขาได้คาดการณ์ว่าดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (core PCB) อาจจะลดลงสู่ระดับ 3% และ 2% ในปีถัดไป ทว่าในปีนี้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจขยายตัวเพียง 1% ส่งผลให้เกิดอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4-4.5%
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศจะอยู่ในระดับที่ห่างจากอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศถึงประมาณ 3% แต่ปัจจัยนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบให้เกิดเงินทุนไหลออก และคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ 3.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในปีนี้อาจชะลอตัวลงจากปีก่อนแต่มองว่ายังคงสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่กรอบ 1-3% แต่จะสามารถกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในปี 2567
ดังนั้น หากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้โดยเร็วนัก และได้กล่าวเสริมว่า ค่าเงินบาทในปัจจุบันมีความผันผวนพอสมควร แต่ยังอยู่ในระดับที่ภาคธุรกิจรับได้ โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.87/34.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.28/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 132.70/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/2) ที่ระดับ 132.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 132.53/133.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 133.34/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 1.0735/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/2) ที่ระดับ 1.0758/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า จีดีพีของยูโรโซนในไตรมาส 4 ปีขยายตัวเท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.1% ถือเป็นการขยายตัวที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบรายปี ส่วนตัวเลขการจ้างงานในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้น 0.4% มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.1% ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0699/1.0744 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0724/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ คำกล่าวของประธานธนาคารกลางยุโรป (15/2), ดัชนียอดค้าปลีกสหรัฐ (15/2), การผลิตภาคอุตสาหกรรมจากนิวยอร์ก (15/1), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติของสหรัฐ (NAHB) (15/2), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (16/1), ดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไปของสหรัฐ (PPI) (16/2) และดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานของสหรัฐ (Core PPI) (16/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.75/-9.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.00/-4.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
- เงินเฟ้อสหรัฐ กดดันหุ้นไทยแกว่งตัวลง SET ไร้ปัจจัยหนุนระยะสั้น
- เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งกว่าที่คาด หลังเห็นเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงเท่าที่หวัง
- เงินเฟ้อสหรัฐ มกราคม 2566 ชะลอลงติดต่อกันเดือนที่ 7 และต่ำสุดในรอบ 15 เดือน