Skip to content

ดอลลาร์ลดแรงบวก ตลาดรอจับตารายงานการประชุมเฟด

20 ก.พ. 2566 | 18:03น.
ดอลลาร์ลดแรงบวก ตลาดรอจับตารายงานการประชุมเฟด

ดอลลาร์ลดแรงบวก ตลาดรอจับตารายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. ในวันพุธที่ 22 ก.พ.นี้ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/2) ที่ระดับ 34.44/455 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/2) ที่ระดับ 34.58/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังบาทอ่อนค่าแตะระดับ 34.60 บาท/ดอลลาร์ ช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ (17/2) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบเดือนครึ่ง

ขณะที่ดอลลาร์ลดแรงบวก หลังจากได้รับแรงหนุนในช่วงก่อนหน้า หลังจากที่โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 3 ครั้งในปีนี้ สู่ระดับสูงสุดที่ 5.25-5.50%

อีกทั้งนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือน มี.ค. โดยสอดคล้องกับ FewWatch Tool ของ CME Group ซึ่งบ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 3 ครั้งในการประชุมเดือน มี.ค., พ.ค. และ มิ.ย. สู่ระดับสูงสุดที่ 5.25-5.50% และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าว ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ธ.ค.

นอกจากนี้จากตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด และตัวเลขตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ได้เป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐให้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (16/2) กระทรวงแรงงานสหรัฐมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมกราคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือน ม.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์

โดยดัชนี PPI ทั่วไป รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.4% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ดัชนี PPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2565 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.4%

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.5% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน ม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.3%

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 194,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ราย โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐ

ทั้งนี้ ตลาดเงินสหรัฐปิดตลาดในวันนี้ (20/2) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนรอจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ รวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดจะเปิดเผยสรุปรายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. ในวันพุธนี้ (22/2) รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.32-34.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/2) ที่ระดับ 1.0674/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/2) ที่ระดับ 1.0642/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากดอลลาร์สหรัฐลดช่วงบวกลง อย่างไรก็ดีตลาดรอจับตาดูตัวเลขวัน PMI ประจำเดือน ก.พ.ในวันอังคาร (21/2) ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนเติบโตเพียงใดหลังจากเติบโตเกินกว่าคาดการณ์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565

แต่อย่างไรก็ดี ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจหนุนให้ธนาคารกลางยุโรปขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0673-1.0705 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0690/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/2) ที่ระดับ 14.50/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/2) ที่ระดับ 134.94/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ตลาดรอจับตาดูการประกาศผู้ว่าการ BOJ คนใหม่ ซึ่งคาดว่าผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากนาย Haruhiko Kuroda ผู้ว่าการคนปัจจุบันซึ่งจะสิ้นสุดวาระลงในเดือน เม.ย. คือนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์นาย Kuzuo Ueda

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 133.96-134.53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.17/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือน ม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภคในเดือน ก.พ., ตัวเลข GDP ไตรมาส 4/65 (preliminary) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.6/9.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.85/-7.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ