หมอชลน่าน ผู้นำฝ่ายค้านเผย ส.ส.ซีกรัฐบาลเตรียมยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา พ.ร.ก.อุ้มหาย ปิดปากฝ่ายค้าน ลากยาวการบังคับใช้
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สวนอีเดน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาเห็นชอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเรามีมติไม่อนุมัติร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เนื่องจากเป็นการออก พ.ร.ก.ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
และการออก พ.ร.ก.นี้ไปละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ ซึ่งเขาจะได้รับการคุ้มกันไม่ให้ถูกการซ้อมทรมาน ไม่ให้เกิดการอุ้มหายขณะที่ไปดำเนินคดีเขาอยู่ ซึ่งระยะเวลาที่สูญเสียไปหาก พ.ร.ก.ยังใช้บังคับอยู่ โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง 7-8 เดือนนั้นอันตรายมาก เราจึงมีความเห็นชัดแจ้งว่าไม่อนุมัติ
นพ.ชลน่านกล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังเฝ้าดูอยู่ว่าการอนุมัติของซีกเสียงข้างมากเห็นอย่างไร เพราะหากฝ่ายเสียงข้างมากอนุมัติก็เท่ากับว่า พ.ร.ก.อนุมัติใช้ได้ทันที ดังนั้น สิ่งที่เราเตรียมการไว้อีกเรื่องคือ การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งตรงนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า ถ้าหากผ่านการเห็นชอบเรายื่นศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน แต่เราขอดูหน้างานว่าถ้าเสียงรัฐบาลส่วนหนึ่งเขาไม่เอาด้วยกับ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เราก็จะให้มีการลงมติ
“ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเขาไปแอบทำคำร้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญไว้อีก 1 ฉบับ เราจะดูว่าเขาคิดอะไร ถ้าเขาคิดเหมือนฝ่ายค้านก็จบ แต่เกมของรัฐบาลอาจลึกซึ้งด้วยการชิงยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อปิดปากไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายในสภา และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องก็มีเวลา 60 วันในการพิจารณา ดังนั้น พ.ร.ก.ดังกล่าวก็จะมีผลบังคับใช้ได้ต่อไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา” นพ.ชลน่านกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่านสภา รัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แล้วนายกฯชิงยุบสภาหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เขาคงหน้าไม่บางพอ แม้จริงอยู่ที่ผ่านมามีรัฐบาลลาออกด้วยเหตุนี้เยอะมาก แต่การลาออกหรือยุบสภามันเป็นจังหวะที่เหมาะพอดี เขาบอกว่าจะยุบสภาวันที่ 15 ไปยุบตรงนั้นก็ได้ หน้าบาง ชิล ๆ ไป