แพทองธารปลื้มกระแสตอบรับแคนดิเดตนายกฯ ดี รอประกาศเมื่อยุบสภา โต้ชูวิทย์ปมนายกฯตัวหลอก ไม่ยกมือให้คนของพรรคอื่น
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สวนอีเดน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศบนเวทีปราศรัยจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 ว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อตนเองเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่าจริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา แต่ ณ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เสนอ
“สิ่งที่อิ๊งทำอยู่ทุกวันนี้มีกระแสตอบรับ ซึ่งเป็นกำลังใจตอบรับที่ดีให้กับอิ๊งมากกว่า เพราะว่ามีประชาชนอยากให้อิ๊งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งขอน้อมรับไว้ด้วยความดีใจและเป็นกำลังใจ” น.ส.แพทองธารกล่าว
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะประกาศหลังยุบสภา โดยจะประกาศพร้อมกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ ขั้นตอนการพิจารณาผู้ลง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น จะต้องพิจารณาตามขั้นให้เสร็จก่อนมีการยุบสภา
เลือกคนมีคุณภาพเป็นนายกฯ
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ระบุแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐจะเป็นตัวเชื่อมการเสนอชื่อนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่ายังไม่ทราบแบบที่นายชูวิทย์ทราบ ยืนยันพรรคเพื่อไทยเลือกคนคุณภาพมาเป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนตัวไม่ทราบแหล่งข่าวของนายชูวิทย์ว่ามาจากที่ใด ก็เพิ่งได้ยินจากนักข่าว ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯครบทั้ง 3 รายชื่อ ส่วนคนที่สามจะเป็นใครนั้นยังไม่สามารถบอกได้ และจะไม่มีการบอกใบ้ และพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ได้คุยกับพรรคการเมืองใด แต่ขอเดินหน้าหาเสียงให้แลนด์สไลด์
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์จะไม่ยกมือให้กับแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมืองอื่นใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบแทน น.ส.แพทองธารว่า “แน่นอนครับ จะไปยกมือให้เขาทำไม”
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า การทำหน้าที่นายชูวิทย์เคารพในสิทธิกัน แต่วิถีทางทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์เกินครึ่งของสภา ถ้าแลนด์สไลด์ยกมือให้คนอื่นให้เป็นนายกรัฐมนตรีพรรคก็จะอธิบายให้กับประชาชนได้อย่างไร
เขตเลือกตั้งลด ไม่กระทบเพื่อไทย
นพ.ชลน่านยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวินิจฉัยกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ตีความการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งอาจทำให้บางจังหวัดมี ส.ส.ลดลงจากเดิม ว่าจังหวัดเชียงใหม่ 11 เขตเลือกตั้งจะลดที่ จ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย 8 เขต ลดที่สองจังหวัดอย่างละ 1 เขต ลด จ.ตาก 1 เขต
ส่วนลดลงก็มีผลกระทบในพื้นที่เป้าหมายของพรรคเพื่อไทย ที่สำคัญพรรคประกาศตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ไปแล้ว เชื่อว่ากลไกของพรรคเพื่อไทยจะใช้ทุกอย่างให้ประชาชนเห็นความสำคัญ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เป็นจังหวัดใหญ่ เมื่อทราบจำนวนเขตเลือกตั้งแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย อีกทั้งยังมี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อด้วย ดังนั้น ไม่มีความขัดแย้งภายในพรรค