เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ชมรมผู้ประกอบการรถนำเข้ายื่นหนังสือร้องบิ๊กตู่ ระบุกรมศุลฯ ไม่ปล่อยรถทำธุรกิจเสียหาย

28 ก.พ. 2561 | 19:16น.

ชมรมผู้ประกอบการรถนำเข้า ยื่นหนังสือร้องนายกฯ ระบุกรมศุลฯ ไม่ปล่อยรถทำธุรกิจเสียหาย ปัดไม่รู้ไม่เห็นข่าวลงขันย้ายอธิบดีฯ ด้านนายกสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชมรมฯ ยอมรับระยะหลังออกรถได้ง่ายขึ้น “กุลิศ” เผยตัวเลขปล่อยรถไปแล้วกว่า 2 พันคัน “ปอร์เช่” มากกว่า 40 คัน

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.เวลา 10.00น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ.กลุ่มชมรมผู้ประกอบการรถยนต์นำเข้าอิสระหรือเกรย์มาร์เก็ต นำโดยนายชัชวัฎ สุวรรณโณชิน นายกชมรม ฯ เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ราชการของนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เกี่ยวกับไม่ยอมปล่อยรถยนต์ 4 ยี่ห้อ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระเป็นอย่างมาก หลังออกคำสั่งภายในกรมศุลกากรเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ต่างไปจากคำสั่งกรมศุลกากร 317/2547 ที่ใช้เก็บภาษีรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศที่ใช้มา 14 ปี 9 อธิบดี และคำสั่งใหม่ไม่มีการแจ้งให้ผู้ทำธุรกิจทราบล่วงหน้า

“การกระทำของนายกุลิศทำให้รถยนต์ 4 ยี่ห้อ ประกอบด้วย ปอร์เช่ มาเซราติ ลัมโบร์กินี เฟอร์รารี่ ที่มาถึงโกดังของกรมศุลกากรในท่าเรือแหลมฉบังก่อนแล้วต้องเสียภาษีสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้ซื้อปฎิเสธการรับรถ เรียกเงินค่าจองรถคืน กลายเป็นความเสียหายของทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบธุรกิจและรัฐบาลที่ไม่ได้เงินภาษีติดต่อกัน 5 เดือนแล้ว และการเปลี่ยนแปลงราคาส่วนลดการตลาดนำเข้ารถหรูโดยปรับรถยนต์ปอร์เช่เหลือแค่ 5 % จากเดิม 43% ทำให้พวกตนได้รับความเสียหายและไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายชัชวัฎ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีมีข่าวว่าชมรมเกรย์มาร์เก็ตลงขันจะย้ายอธิบดีกรมศุลกากรนั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีการลงขันใด ๆ เกิดขึ้น เพราะตามกฎหมายแล้วการลงขันเพื่อสั่งย้ายใครไม่สามารถทำได้

ด้านนายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส นายกสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ กล่าวว่า สมาคมฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับการร้องเรียนครั้งนี้ แม้จุดมุ่งหมายจะเหมือนกัน แต่แนวทางในการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยทางสมาคมฯ มีนโยบายชัดเจนที่จะใช้การร่วมเจรจาสร้างความรู้ความเข้าใจกับหน่วยงานรัฐเป็นหลัก เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายในการรองรับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

จากแนวทางการดำเนินงานของกรมศุลกากรเกี่ยวกับการตรวจปล่อยรถยนต์หรู 4 ยี่ห้อ ได้แก่ ลัมโบร์กินี ปอร์เช่ เฟอร์รารี และมาเซราติ โดยใช้ฐานข้อมูลราคาซื้อ-ขายรถยนต์จากต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ แทนการแสดงหลักฐานใบขนส่งสินค้าขาออกจากประเทศต้นทาง และใบเสร็จค่าประกันรถยนต์ ทำให้สถานการณ์การนำรถยนต์ออกจากด่านศุลกากรคลี่คลายลงไปได้บ้าง

อย่างไรก็ตามแม้ทางผู้ประกอบการจะสามารถนำรถยนต์ออกจากด่านกรมศุลกากรได้ แต่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดทุน เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนวิธีการและขั้นตอนการสำแดงราคารถยนต์นำเข้า ส่งผลทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ ทางสมาคมฯ มีนโยบายที่จะเร่งเจรจาและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจ และกำหนดทิศทางการปฏิบัติได้อย่างชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คาดว่าภายในกลางปีนี้ ทางหน่วยงานรัฐน่าจะสามารถสรุปทิศทางต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

“สมาคมฯ ต้องการให้กรมศุลกากรนำมาตรการ 317 กลับมาใช้กับรถยนต์นำเข้าทุกยี่ห้ออีกครั้ง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงเป็นการชั่วคราวก่อน เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างรุนแรง และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์แต่ยังไม่ได้รับการส่งมอบมาเป็นเวลานานกว่า 7 เดือน และเมื่อทางหน่วยงานรัฐมีการสรุปถึงแนวทางปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว ทางสมาชิกของสมาคมฯ ยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวอย่างเคร่งครัด”

ส่วนกระแสข่าวที่มีกลุ่มผู้นำเข้าที่เสียผลประโยชน์ร่วมลงขันเพื่อโยกย้ายอธิบดีกรมศุลกากรท่านกุลิศ สมบัติศิริ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวนั้นตนคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือ

ขณะที่นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ดำเนินการตรวจปล่อยรถยนต์นำเข้าอย่างตรงไปตรงมา โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการนำเข้าที่ทำอย่างถูกต้องได้รับการอำนวยความสะดวก อย่างล่าสุด ก็ได้ปรับปรุงแนวทางการตรวจปล่อยรถยนต์หรู จนกระทั่งปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถนำรถออกไปได้จำนวนมากแล้ว

 

“ในส่วนของรถหรู 4 ยี่ห้อ ได้แก่ ปอร์เช่ ลัมโบร์กินี เฟอร์รารี่ และ มาเซราติ นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. มาถึงขณะนี้ เช็กสต็อกเมื่อวันที่ 21 ก.พ. พบว่า มีปล่อยรถออกไปประมาณ 120 คันแล้ว อย่างยี่ห้อปอร์เช่ ก็ออกไปเกือบ 40 คันแล้ว ส่วนพวกรถทั่วไป รถญี่ปุ่น ก็ออกของไปมากกว่า 2,000 คันแล้ว” นายกุลิศกล่าว

สำหรับแนวปฏิบัตินั้น กรมศุลกากรจะยึดแนวทางคำสั่ง 317 หากผู้นำเข้าสำแดงราคาอย่างถูกต้อง กล่าวคือสำแดงราคาไม่ต่ำกว่าราคาตามคำสั่ง 317 ที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการดูความเสี่ยง ก็สามารถนำรถออกไปได้ทันที ซึ่งทางกรมศุลกากรก็จะมีการเรียกเอกสารไว้เพื่อตรวจสอบ หากพบว่าจ่ายอากรขาด ก็จะเรียกเก็บอากรที่ขาดต่อไป แต่หากผู้นำเข้าสำแดงราคาต่ำกว่าคำสั่ง 317 กรมศุลกากรก็ไม่สามารถปล่อยรถออกไปได้ เนื่องจากต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ต้องถูกตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมศุลกากร