เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

ทางเลียบเจ้าพระยา ชัชชาติ ดับฝันโครงการยักษ์ ประยุทธ์-คสช.

23 มี.ค. 2566 | 13:00น.
ทางเลียบเจ้าพระยา ชัชชาติ ดับฝันโครงการยักษ์ ประยุทธ์-คสช

ย้อนรอยทางเลียบเจ้าพระยาโครงการในฝัน ประยุทธ์-คสช. ก่อนถึงวันชัชชาติพับโครงการ

โครงการทางเลียบเจ้าพระยาเคยถูกจุดไอเดียมาไม่น้อยกว่า 30 ปีแล้ว จุดเริ่มของไอเดียมาจากแนวคิดของ พ.อ.วินัย สมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการคมนาคมในปี 2536 ยุคที่มีนายชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยมีแนวคิดสร้างถนน 6 ช่องจราจรเหนือผิวน้ำบริเวณไหล่ทางทำเป็นสวนสาธารณะและทางจักรยาน ระยะทางรวม 35 กิโลเมตร จากเชิงสะพานปิ่นเกล้าถึงเชิงสะพานปากเกร็ด 20 กิโลเมตร และจากเชิงสะพานปิ่นเกล้าถึงสะพานพระนั่งเกล้าอีก 15 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 25,000 ล้านบาท

แต่โครงการสะดุดหยุดลง เมื่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตรวจสอบแล้วพบว่าโครงการมีผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะการกระทบกับโบราณสถานและแหล่งศิลปวัฒนธรรมบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ก่อนไอเดียของทางเลียบเจ้าพระยาจะหายจากสังคมไทยพักใหญ่

ต่อมาในในรัฐบาลเพื่อไทยเมื่อปี 2555 หลัก “มหาอุทกภัย” หรือ “น้ำท่วมใหญ่ปี 2554” มีการเดินหน้าโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี แต่เป็นรูปแบบเสริมระดับของถนนเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ต่อมาปรากฏโครงการทางเลียบเจ้าพะระยาในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2556 ผ่านนโยบายของ พล.ต.อ.พงศพัศน์ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคเพื่อไทย ที่ชูนโยบายเด่นสร้างทางเลียบเจ้าพระยาระยะทาง 17 กิโลเมตร จากสะพานสาทรถึงสะพานพระราม 8 พร้อมชูรถรางติดแอร์เพื่อแก้ปัญหาการจราจร

แต่โครงการก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ เป็นผู้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนั้น

ทางเลียบเจ้าพระยาในยุค คสช.

ภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพียง 2 วัน คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ได้นำโครงการ “ทางเลียบเจ้าพระยา” มาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง โดยนำไปใส่ในวาระเร่งด่วนในแผนพัฒนาประเทศแบบบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการน้ำและแก้ปัญหาการจราจรอย่างเป็นระบบ

และในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวในงานเทศกาลจักรยานว่า “ผมเป็นคนชอบการขี่จักรยาน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด ฝันมีแนวคิดสร้างเส้นทางจักรยานริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนเกาหลีใต้ แม้จะใช้งบประมาณสูง หากไม่คิดตั้งแต่วันนี้ก็จะไม่เกิด จึงพยายามพูดคุยกับผู้บริหาร กทม. ต้องทำผังเมืองกรุงเทพฯใหม่ เพราะไม่สามารถอยู่เช่นนี้ได้อีก ประเทศเราเป็นประเทศที่เล็ก ถนนมีจำกัดและแคบ ทางระบายน้ำก็แคบ ฟุตปาทก็แคบ ต้องมีการพัฒนาสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

และในวันที่ 6 มกราคม 2558 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ คือ กำหนดแนวทางในการดำเนินโครงการ รวมถึงจัดทำแนวทางการศึกษาความเหมาะสม จัดทำรายละเอียดการออกแบบและการก่อสร้าง ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่งตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการโครงการบรรลุวัตถุประสงค์

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนโครงการ และมอบหมายให้กรุงเทพมหานครศึกษาแนวคิด การออกแบบและงานด้านภูมิสถาปัตยกรรม ตลอดจนแนวทางการพัฒนาพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

ด้านกรุงเทพมหานครที่อยู่ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากการแต่งตั้งตามมาตรา 44 รับลูกจากรัฐบาลเร่งเดินหน้าศึกษาโครงการ ผ่านการจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในวงเงิน 120 ล้านบาท

รูปแบบโครงการ

รูปแบบทั้งโครงการจะเป็นการดำเนินการพัฒนาทางเลียบเจ้าพระยาจากถนนพระราม 3 ถึงสะพานพระนั่งเกล้า ฝั่งละ 25 กิโลเมตร รวมระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 30,000 ล้านบาท

ทางเลียบเจ้าพระยา

ซึ่งจะใช้สำหรับสร้างทางขนาด 6-10 เมตร ยื่นเข้ามาในแม่น้ำ สร้างต่ำกว่าระดับเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 1.50 เมตร ออกแบบเป็นทางขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมทางจักรยาน และมีจุดแลนด์มาร์กเป็นระยะ ๆ ตามจุดพื้นที่ที่มีความสำคัญมี 12 แผนงาน ได้แก่

  1. พัฒนาพื้นที่ชุมชน จะฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมวิถีชีวิตของชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยว
  2. พัฒนาจุดหมายตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ พิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานคร, สวนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 7, พิพิธภัณฑ์มรดกเจ้าพระยา, ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์โรงเรือพระราชพิธี อีกทั้งยังให้ความสำคัญพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และเขตพระราชฐาน
  3. พัฒนาท่าเรือ ให้เป็นจุดเชื่อมต่อการสัญจรทางน้ำ และปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมให้มีความสอดคล้อง เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่
  4. พัฒนาเส้นทางให้เข้าถึงพื้นที่ เช่น ปรับปรุงตรอก ซอก ซอย และเข้าถึงพื้นที่ริมแม่น้ำ
  5. พัฒนาทางเดินริมแม่น้ำ เชื่อมต่อพื้นที่มรดกวัฒนธรรมทั้ง 2 ฝั่ง เช่น สะพานพระราม 8 ถึงวัดบวรมงคล และบางอ้อ ถึงวัดวิมุตยาราม มีทางเท้า ทางจักรยาน จุดชมทัศนียภาพ สะพานข้ามคลอง ฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนริมน้ำ
  6. ปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม ซ่อมแซมเขื่อนที่ชำรุด ก่อสร้างส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์
  7. พัฒนาศาลาริมน้ำ ให้เป็นจุดพักผ่อน ศาลาคอย
  8. พัฒนาพื้นที่บริการสาธารณะ เช่น ข้อมูลท่องเที่ยว จุดบริการจักรยาน
  9. พัฒนาพื้นที่ศาสนสถานให้คำนึงถึงคุณค่าต่อศาสนา
  10. พื้นที่แนวคูคลองประวัติศาสตร์ จะปรับปรุงภูมิทัศน์และใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านการสัญจรและท่องเที่ยว
  11. พัฒนาพื้นที่นันทนาการและสวนสาธารณะริมน้ำบริเวณหลังเขื่อน รองรับกิจกรรมนันทนาการ ลานกีฬา และสวนสาธารณะ รวมถึงแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและเน่าเสียหลังเขื่อน
  12. สร้างสะพานคนเดินข้ามใหม่ 2 จุด คือ ชุมชนสะพานพิบูลฝั่งซ้าย ข้ามไปยังท่าเรือวัดฉัตรแก้วจงกลณี ฝั่งธนบุรี และห้างแม็คโคร สามเสน ไปยังท่าทราย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 84 จะสร้างร่วมกับถนนเดิม ให้เป็นรูปแบบสะพานที่คนเดินข้ามได้

และมีการเตรียมก่อสร้างเฟสแรก “สะพานพระปิ่นเกล้า-สะพานพระราม 7” ระยะทางฝั่งละ 7 กิโลเมตร รวม 14 กิโลเมตร จากเดิมคาดว่าจะใช้งบประมาณ 14,000 ล้านบาท แต่มีการปรับรูปแบบโครงการใหม่ให้เหลือเฉพาะทางจักรยานและทางเท้า และเสริมที่พักริมน้ำและสวนสาธารณะในบางจุดทำให้ใช้งบประมาณเพียง 8,362 ล้านบาท

 

เจาะ 4 สัญญาก่อสร้างทางเลียบเจ้าพระยา งบฯ 8,362 ล้านบาท

กรุงเทพมหานครจึงดำเนินการเสนอโครงการ “ทางเลียบเจ้าพระยา” ไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่ออนุมัติโครงการ โดยการดำเนินการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 4 สัญญา ได้แก่

  1. โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ 1 จากสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทาน ระยะทาง 2.99 กม. งบประมาณ 1,770 ล้านบาท
  2. โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ 2 จากกรมชลประทาน ถึงคลองรอบกรุง ระยะทาง 3.26 กม. งบประมาณ 2,470 ล้านบาท
  3. โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ 3 จากสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัด ระยะทาง 3.2 กม. งบประมาณ 2,061.5 ล้านบาท
  4. โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ 4 จากคลองบางพลัด ถึงคลองบางยี่ขัน ระยะทาง 2.98 กม. งบประมาณ 2,5 ล้านบาท

โดยโครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย พร้อมกันนั้นได้มีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนจากกว้างขวาง ทั้งจากรสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กรุงเทพมหานคร อานันท์ ปันยารชุณ อดีตนายกรัฐมนตรี สมัชชาแม่น้ำรวม 35 องค์กร ที่ประกอบด้วยองค์กรเด่น ๆ เช่น สมาคมนักวางผังเมือง และสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

และที่สั่นสะเทือนโครงการมากที่สุดจากการที่ภาคประชาชนโดยเครือข่ายวางแผนและพัฒนาเมืองเพื่อสังคมและมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมเพื่อสังคมได้ฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อให้ระงับการก่อสร้างโครงการ “ทางเลียบเจ้าพระยา” และขอศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ไทม์ไลน์ศาลปกครองเบรกโครงการ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เครือข่ายวางแผนและพัฒนาเมืองเพื่อสังคมและมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมเพื่อสังคม และผู้ฟ้องคดีอื่นรวม 12 ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้อง คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าาพระยา กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ต่อศาลปกครองกลางให้ระงับโครงการทางเลียบเจ้าพระยา

ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563  ศาลปกครองกลางได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ก่อจนกว่าจะมีคำพิพากษาตามคำร้องของภาคประชาชน และภาครัฐได้อุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลปกครองสูงสุด

วันที่ 30 มีนาคม 2564 ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งตามศาลปกครองกลางให้ระงับโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ก่อจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งจากคำสั่งของศาลปกครองนี้ทำให้การดำเนินการโครงการทางเลียบเจ้าพระยาหยุดนิ่งไป

ก่อนในวันที่ 3 มีนาคม 2566 ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ โดยมีคำสั่งให้ระงับโครงการทางเลียบเจ้าพระยาจนกว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 จะมีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. มีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
  2. จัดทำ EIA ให้ถูกต้องและครบถ้วน
  3. ขออนุญาตกรมเจ้าท่าให้ถูกต้อง
  4. มีหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากรมีคำสั่งอนุญาตกรณีมีโบราณสถานในบริเวณที่โครงการพาดผ่าน

ทางเลียบเจ้าพระยา

ชัชชาติ-รองผู้ว่าฯ ประสานเสียงพับเก็บโครงการประยุทธ์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่ทำให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ทำประชาพิจารณ์ไม่รอบด้าน ไม่มีการขออนุญาตหน่วยงาน อย่างกรมเจ้าท่า และกรมศิลปากร

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า แนวคิดของ กทม.ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสิ่งสำคัญ ก่อสร้างเป็นทางเล็กสอดคล้องกับชุมชน บางทีอาจจะไม่ต้องทำทางเดินริมแม่น้ำยาวไปตลอด แต่ทำทางเข้าไปในชุมชน เช่น จากกุฎีจีนไปคลองสาน ทำทางเข้าไปทางสวนสมเด็จฯ เข้าไปยังชุมชน แล้วออกมาทางเดินริมแม่น้ำ ให้ขี่จักรยานได้ ให้เป็วิถีชุมชน เกิดความเชื่อมโยงได้

“คำสั่งของศาลปกครองเป็นแนวทางที่ดี ที่จะเป็นแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบต่าง ๆ ต่อไป” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ลำดับแรกโครงการนี้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นนโยบายจากทางรัฐบาลดังนั้นการจะเดินหน้าต่อหรือยุติโครงการจะต้องพิจารณาจากนโยบายของรัฐบาลประกอบด้วย

แต่ถ้ามองตามนโยบายของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันโครงการนี้ต้องเป็นโครงการที่พับเก็บไป เนื่องจากเรามองว่าการที่จะนำเงินหลักหมื่นล้านไปทุ่มในโครงการนี้โครงการเดียวเป็นเรื่องที่เกินกำลังของกรุงเทพมหานครไปมาก และการก่อสร้างทางเลียบตลอดแนวอาจจะไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งจะทำให้การใช้ประโยชน์จากทางเลียบเจ้าพระยาไม่เต็มประสิทธิภาพ

โมเดลการพัฒนาทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในยุคนี้จะทำตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยใช้โมเดลทางเลียบย่านกะดีจีนซึ่งพัฒนามาในสมัยท่านผู้ว่าฯ คนที่แล้วที่มีการพัฒนาพื้นที่ปรับปรุงทางเดินริมน้ำ ทำลานกลางแจ้ง จัดสวน ติดตั้งไฟส่องสว่าง และการออกแบบทั้งหมดตามหลัก Universal Design ในระยะทางประมาณ 650 เมตร โดยมีวงเงิน 112,200,000 บาท

นอกจากนั้นทางชุมชนในย่านกะดีจีนยังมีความตื่นตัว โดยวางแผนทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จากโครงสร้างงานโยธาที่กรุงเทพมหานครได้ลงทุนไป ดังนั้นการจัดทำทางเลียบเจ้าพระยาต่อจากนี้จะต้องพิจารณา 2 ปัจจัย คือ

  1. ศักยภาพของพื้นที่ จำพวกจุดเชื่อมต่อ ผู้ที่จะมาใช้บริการว่าจะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด เป็นจุดท่องเที่ยวหรือเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อกิจกรรม
  2. ความต้องการของคนในพื้นที่ว่าจะสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่หรือไม่

จะต้องมีการพิจารณา 2 ด้านนี้ควบคู่กัน เพราะหากไม่มีการพิจารณาแล้วการที่กรุงเทพมหานครไปสร้างไปจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้ก็จะไม่เกิดการใช้ประโยชน์ของพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะ กทม. ไม่สามารถไปวนจัด Event ได้ตลอดเวลา

ในลำดับต่อมาคือตอนนี้ได้มีการสั่งการให้สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองได้สำรวจโครงการศึกษาต่าง ๆ เกี่ยวกับทางเลียบเจ้าพระยา ซึ่งมีหลายโครงการมาก เท่าที่ผมสามารถพูดได้เร็ว ๆ คือ มีการศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในโบราณสถาน มีของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ศึกษาโครงการที่มีข้อพิพาทในศาลปกครอง มีของ UDDC จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ศึกษาในหลายย่าน มาประมวลผลเพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาทางเลียบเจ้าพระยาอื่น ๆ ในอนาคต

สำหรับคดีความ กรุงเทพมหานครเองจะไม่มีการอุทธรณ์ เนื่องจาก 2 เหตุผลหลัก ๆ คือคำพิพากษาของศาลปกครองมีเนื้อหาหลัก ๆ คือการแก้ไขปรับปรุงการดำเนินการซึ่ง กทม. เพียงนำมาดำเนินการก็เสร็จสิ้น และ กรุงเทพมหานครต้องการดำเนินการในรูปแบบย่านอย่างที่กล่าวข้างต้น