Skip to content

โคราชล่าชื่อค้านประกาศเขตโบราณสถาน นายกส.ท่องเที่ยวหวั่น ชาวพิมายเกลียดปราสาทหิน

03 มี.ค. 2561 | 17:05น.
โคราชล่าชื่อค้านประกาศเขตโบราณสถาน นายกส.ท่องเที่ยวหวั่น ชาวพิมายเกลียดปราสาทหิน

จากกรณีชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 500 คนออกมาคัดค้านกรมศิลปากร ที่มีหนังสือแจ้งให้ชาวบ้านทราบเกี่ยวกับการจะประกาศขึ้นทะเบียนเมืองพิมาย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,627 ไร่ ให้เป็นเขตโบราณสถานเมืองพิมาย ด้วยการอ้างเพื่อจะจัดระเบียบผังเมืองโบราณให้มีความสมบูรณ์และสวยงาม โดยมีอาณาบริเวณรอบตัวปราสาทหินพิมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยของชาวบ้านกว่า 1,600 ครัวเรือน ซึ่งหลังจากกรมศิลปากรประกาศเป็นเขตโบราณสถานเมืองพิมายแล้ว จะไม่สามารถต่อเติมอาคาร บ้านเรือนที่อยู่อาศัยได้อีก หากจะต่อเติมต้องไปขออนุญาตจากกรมศิลปากรเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่พอใจ พากันออกมาเคลื่อนไหวปิดแผ่นป้ายไวนิลคัดค้านไปทั่วเมืองพิมาย และเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีการจัดเวทีเสวนาเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ออกมาร่วมลงชื่อคัดค้านแล้วกว่า 300 คน ซึ่งได้ยื่นคัดค้านกับศาลปกครองจังหวัดแล้ว และยังคงมีการล่ารายชื่อยื่นคัดค้านเพิ่มอย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ อ.พิมายต่างรู้สึกวิตกกังวลมากกับการที่ทางกรมศิลปากรเตรียมที่จะประกาศขึ้นทะเบียนเมืองพิมายทั้งเมืองให้เป็นเขตโบราณสถานเมืองพิมาย เนื่องจากหลายคนที่อาศัยอยู่ในที่ถูกประกาศเป็นเขตโบราณสถานกลัวว่าจะถูกไล่ออกจากที่ดินของตนเอง ซึ่งอาศัยอยู่หลายชั่วอายุคนแล้ว หรือถ้าไม่ถูกไล่ที่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของเขตโบราณสถาน ที่จะไม่สามารถซื้อขายหรือต่อเติมอาคารบ้านเรือนได้เหมือนเดิม ถ้าใครอยากจะต่อเติมต้องทำเรื่องขอไปที่กรมศิลปากร อีกทั้งยังต้องเป็นไปตามแบบอัตลักษณ์ที่กรมศิลปากรกำหนดให้ด้วย ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนมาก ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจและออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน

“ทั้งนี้ ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการประกาศเขตโบราณสถานเสียทีเดียว เพียงแต่ต้องการให้ประกาศเขตโบราณสถานเฉพาะจุด ที่เป็นตัวปราสาท โบราณวัตถุ และสระน้ำโบราณเท่านั้น ซึ่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องการให้ประกาศเหมารวมพื้นที่ทั้งเมืองเช่นนี้ เพราะปัจจุบันชุมชนเมืองพิมายได้ตั้งรกรากมีครอบครัวอยู่กันอย่างผาสุกนานแล้ว จึงไม่อยากให้กรมศิลปากรเข้ามาทำลายวิถีชีวิตชุมชนที่สวยงามนี้ เพียงเพื่อปกป้องผังเมืองโบราณเท่านั้น ขอให้มองถึงวิถีชีวิตคนในยุคปัจจุบันเป็นหลัก”
นายดนัยกล่าวด้วยว่า ขณะนี้นักธุรกิจ นักลงทุน ที่กำลังจะเข้ามาสร้างความเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจในตัวเมืองพิมายต่างเริ่มชะลอโครงการลงทุนไปแล้วหลายราย เช่นห้างบิ๊กซี ซึ่งได้มาขออนุญาตก่อสร้างห้างบิ๊กซี สาขาพิมาย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิมาย ในเขตที่ทางกรมศิลปากรจะประกาศให้เป็นเขตโบราณสถาน ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ดินเตรียมที่จะลงเสาเข็มแล้ว แต่เมื่อทราบเรื่องประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายก็ขอยกเลิกโครงการก่อสร้างทันที นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่กำลังจะเข้ามาพัฒนาที่อยู่อาศัย ตอนนี้ก็หยุดชะงักกันหมด ถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้อยู่อีก ต่อไปคงจะเหลือแต่ตัวปราสาทหินพิมาย แต่ความเจริญจะหายไปหมดแน่นอน

ด้านนางนุช สามัคคี อายุ 63 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่งบริการนักท่องเที่ยว บริเวณข้างปราสาทหินพิมาย กล่าวว่า รู้สึกวิตกกังวลเรื่องนี้มาก เนื่องจากครอบครัวได้อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มานาน 3 ชั่วอายุคนแล้ว และที่ดินก็มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย ที่ทางราชการออกให้ทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเขตโบราณสถานแล้ว จะต่อเติมบ้านเรือนก็ลำบาก เหมือนไม่ใช่ที่ของตนเอง ที่ดินก็จะไม่มีใครกล้าซื้อขายกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ดังนั้นจึงได้ร่วมลงชื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียนเขตโบราณสถานเมืองพิมายด้วยอย่างไม่ลังเลใจ

นายเสมอ จินดาพงษ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ให้ความเห็นว่า ทราบข่าวเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมานานแล้วในแวดวงการท่องเที่ยวไทยว่าเราจะเลือกอะไร ระหว่างวิถีชีวิต เศรษฐกิจของชาวบ้าน กับโบราณสถาน ซึ่งในความเป็นจริงควรจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่ใช่ว่าจะยึดเอาเพียงโบราณสถานอย่างเดียว จนลืมไปว่าประชาชนในพื้นที่จะเป็นอยู่อย่างไร กรณีของเมืองพิมายนั้นมีความแตกต่างจากพื้นที่เมืองโบราณอยุธยาและสุโขทัยมาก เนื่องจากทั้ง 2 เมืองนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมือง มีขอบเขตชัดเจน และไม่มีชุมชนอาศัยหนาแน่นอยู่โดยรอบ ขณะที่เมืองพิมายนั้นเป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยู่กันหนาแน่น อาศัยอยู่โดยรอบผังเมืองโบราณ มีวิถีชีวิตที่สงบสุขมายาวนาน จนแยกไม่ออกจากผังเมืองโบราณแล้ว แต่จู่ๆ กรมศิลปากรจะมาประกาศเขตพื้นที่ที่เขาอยู่อาศัยปัจจุบันให้เป็นเขตโบราณสถานทั้งหมด เป็นใครก็ต้องออกมาคัดค้านอยู่แล้ว เพราะเขาจะต่อเติมอะไรตามใจก็ไม่ได้ ทั้งที่เป็นที่ดินมีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย

“ปัจจุบันชาวพิมายทุกคนรู้สึกหวงแหนตัวปราสาทหินพิมายมาก ไม่แพ้กรมศิลปากรเหมือนกัน แต่ถ้าประกาศฉบับนี้ออกมาใช้เมื่อไหร่ ความรู้สึกชาวบ้านก็จะเปลี่ยนไปทันที จากที่เคยหวงแหนก็จะไม่ชอบปราสาทหินพิมาย เพราะทำให้พวกเขาต้องถูกขับไล่ที่ หรือถูกจำกัดสิทธิในที่ดินของตนเองตลอดไป ทางที่ดีเราควรที่จะกำหนดเฉพาะเขตที่เป็นโบราณวัตถุ เช่น ตัวปราสาท สระน้ำ หรือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นโบราณสถานเท่านั้น เพื่อที่จะบูรณะซ่อมแซม ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชม ซึ่งนักท่องเที่ยวมาแล้วก็จะได้ประโยชน์ทั้งกับชาวบ้านที่จะสามารถขายของได้”

 

ที่มา มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โคราช