ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.2561) ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เชิญตัวนายคำรณ ศรีโพธิ์ นายอำเภอเวียงแก่น นายแสน ลือชา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าของไร่ไปทำความเข้าใจ หลังจากเมื่อบ่ายวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ไร่สวนของชาวบ้านพื้นที่บ้านทรายทอง หมู่ 7 ต.ปอ อ.เวียงแก่น ตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาเขตชายแดนไทย-สปป.ลาว เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ซึ่งถือว่าขัดต่อประกาศห้ามเผาทุกชนิดของจังหวัดเป็นเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.-12 เม.ย.2561 เพื่อป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองในฤดูแล้ง

ซึ่งกรณีเกิดไฟไหม้ดังกล่าว ทางชาวบ้านได้ตรวจพบเจ้าของพื้นที่ที่ทำการเกษตร แต่เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่ในพื้นที่ไฟไหม้และให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เผา ทำให้ไม่สามารถดำเนินคคีกับผู้ใดได้ ทำให้ทางจังหวัดได้แจ้งให้ทางนายอำเภอและชาวบ้านได้ร่วมกันจัดระบบป้องกันการเผาให้เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากจุดที่ อ.เวียงแก่น ดังกล่าวถือเป็นจุดความร้อนหรือฮอตสปอตที่ตรวจวัดได้จากดาวเทียมเป็นครั้งที่ 2 ของจังหวัดในช่วงเวลาห้ามเผาดังกล่าว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ในพื้นที่ อ.แม่สรวย มีพื้นที่ป่าถูกเผาประมาณ 5 ไร่ และสามารถจับกุมดำเนินคดีกับชาย 1 ราย ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ข้อหาเผาป่า กระทำการใดๆ อันทำให้เกิดความเสียหายแก่สภาพป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ข้อหาแผ้วถาง เผาป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า การเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไปพบก็เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันโดยไม่ใช่การตำหนิ โดยขอให้ทุกคนอดทนไปจนกว่าจะพ้นช่วงระยะเวลาห้ามเผาดังกล่าว จากนั้นคาดว่าจะมีฝนตกลงมาทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และสาเหตุที่ให้ความสำคัญมากเพราะเชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยจังหวัดมีรายได้หลักจากภาคการท่องเที่ยว หากมีปัญหาหมอกควันมากก็จะส่งผลกระทบได้ ทั้งนี้หลังจากพ้นช่วงเวลาห้ามเผา แล้วก็ขอให้แต่ละพื้นที่ได้ทำแผนเพื่อวางแผนการเผาไม่ให้อยู่พื้นที่ใกล้กัน เพื่อไม่ให้เกิดกลุ่มควันมากเกินไปต่อไป