เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Finance วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
Tech Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ เกาะติด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้สิทธิสะสม 3.3 พันล้านบาท

11 เม.ย. 2566 | 17:20น.
ประยุทธ์ บัตรสวัสดิการ

ประยุทธ์ ติดตาม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ผ่านเกณฑ์ 14.5 ล้านราย ใช้สิทธิสะสม 3.3 พันล้านบาท

วันที่ 11 เมษายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ซึ่งเริ่มให้ใช้สิทธิสวัสดิการได้วันแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 มีนาคม 2566 ซึ่งล่าสุดมีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 89.43 ของจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดกว่า 14.5 ล้านราย และมีมูลค่าการใช้สิทธิสะสมจำนวนกว่า 3,300.35 ล้านบาท จากผู้มีสิทธิจำนวน 10.54 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2566) พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนในการยืนยันตัวตนอย่างเต็มที่ตามขั้นตอน เพื่อจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้โดยเร็ว

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการแล้ว แต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน ยังคงสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้อยู่ โดยขอให้รีบยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ซึ่งจะยังคงได้รับสิทธิย้อนหลัง ไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ แต่หากยืนยันตัวตนหลังจากนั้น จะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามวันเวลาที่หน่วยงานกำหนด โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เพื่อความสะดวกในการรับสิทธิ หากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ เนื่องจากการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนไม่ผ่าน ขอให้ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร แล้วดำเนินการยืนยันตัวตนอีกครั้ง แต่หากยืนยันตัวตนไม่สำเร็จจากกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตามวันที่กระทรวงการคลังกำหนด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ขอให้รีบดำเนินการยื่นขออุทธรณ์ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ หรือติดต่อหน่วยงานรับลงทะเบียนเพื่อยื่นอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

“นายกรัฐมนตรียินดีที่โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการ นายกรัฐมนตรีมุ่งหวังว่าโครงการนี้ จะมีส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรสวัสดิการของภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน” นายอนุชากล่าว