ธปท.-คลัง แจง ครม. ห่วงเสถียรภาพการเงิน เพื่อไทยแจกเงินดิจิทัล

ธปท.-คลัง แจง ครม.ห่วงเสถียรภาพการเงิน เพื่อไทยแจกเงินดิจิทัล

นายกรัฐมนตรี เผยตัวแทนแบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง ร่วมชี้แจงเสถียรภาพการเงิน การคลังประเทศ ชี้ห่วงการแจกเงินดิจิทัลตามนโยบายเพื่อไทย ขอให้ระมัดระวังเรื่องสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ

วันที่ 11 เมษายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายหาเสียงแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย คิดว่าทำได้หรือไม่ ในฐานะที่เป็นรัฐบาลมา 8 ปี ว่าวันนี้ได้ให้โอกาสหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลังมาชี้แจง แต่ตนไม่ได้อยากไปอะไรกับใคร เพราะเป็นเรื่องของการหาเสียงของแต่ละพรรค

“วันนี้มาพูดคุยถึงการรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ และการใช้จ่ายของประเทศที่ผ่านมา เราใช้จ่ายอย่างไร เพื่อจะพุ่งเป้าไปยังผู้ที่เดือดร้อน ทำให้เกิดรายได้ เรื่องการประกอบอาชีพต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วย ไม่ใช่ให้เงินอย่างเดียว โดยจะเห็นได้ว่าในส่วนที่เป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ร่วมทำกันมาแล้ว ซึ่งก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไปได้มากพอสมควร”

ทั้งนี้ ต้องดูเม็ดเงินว่าจะสามารถทำอะไรได้อีก ฉะนั้น งบประมาณต่าง ๆ ของปี 2567 ตั้งไปแล้ว ถ้าจะไปแก้ไขอะไรต้องไปแก้กันในสภาหน้า เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นกฎหมาย เป็นระเบียบที่ต้องทำงบประมาณไว้ก่อนล่วงหน้าในปี 2567 โดยจะต้องนำสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องทำต่อในเรื่องการลงทุนต่าง ๆ ที่มีกฎหมายชัดเจน การลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ การใช้งานกี่เปอร์เซ็นต์ และมีงบประมาณเหลือเท่าไหร่ที่จะทำโครงการใหม่ รวมถึงงบประมาณการใช้หนี้ การเติมเงินคงคลัง ที่เราสำรองจ่ายไปในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 ฉะนั้น ต้องมองในบริบทใหญ่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ถ้าเรามองในภาพรวมจะเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งคำว่าดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะร่ำรวยทั้งหมด เพียงทำให้สถานะทางการเงินการคลังของเราแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เห็นได้คือการท่องเที่ยว ที่มีคนเข้ามาหลาย 10 ล้านคน การจองเครื่องบินเข้ามาหลายหมื่นไฟลต์ ในช่วงโลว์ซีซั่น ถือเป็นการจัดหารายได้เพิ่มเติม

“ซึ่งเราจะต้องเตรียมความพร้อมประเทศของเรา เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ตลอดจนการลงทุนใหม่ โดยบีไอไอ.รายงานสถิติช่วงต้นปีที่ผ่านมาสูงขึ้นถึง 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ หลายแสนล้านบาท และยังมีการลงทุนจากภายนอกประเทศเข้ามาอีก รวมถึงเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ ๆ รถไฟฟ้า แบตเตอรี่ สถานีเติมไฟต่าง ๆ มีครบทุกอัน”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีให้ได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้เดินหน้าไปเยอะแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นรายได้ที่จะเข้ามาตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างที่หลายคนอยากได้มากขึ้น ถ้าเราหาเงินไม่ได้ก็จะลำบาก ซึ่งต้องใช้เวลาทำต่อเนื่องหลายปี และหลายอย่างเราทำใหม่ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะต้องใช้งบประมาณสูงขึ้นในโอกาสต่อไป

“ฉะนั้น จะทำอะไรใหม่ ๆ ก็ตามจะต้องคำนึงถึงว่าเรามีทรัพยากรอยู่เท่าไหร่ เราจะดูแลใครได้บ้าง และดูแลได้มากน้อยแค่ไหน ฉะนั้น การจะทำอะไรต่าง ๆ ก็ตามถ้ามันมากเกินไปสิ่งที่ทำอยู่แล้วเดิมก็สูญเสียไปทั้งหมดนั่นแหละ อะไรที่เคยได้มันก็จะไม่ได้ เพราะไปทำเรื่องใหม่ทั้งหมด ซึ่งมันจะคุ้มค่ากันหรือเปล่ากับการสูญเสียไปก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องช่วยกันคิดแล้วกัน” นายกฯ กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังมีข้อเสนอแนะ หรือมีข้อห่วงใยอะไรหรือไม่ในเรื่องดังกล่าว นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ระมัดระวังเรื่องความมีเสถียรภาพของสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในระดับต้น ๆ ที่รักษามาตรฐานตรงนี้ไว้ได้ องค์กรทางด้านการเงินระหว่างประเทศชื่นชมเราสามารถบริหารจัดการได้ดี การเงินเรามีเสถียรภาพ ค่าเงินบาทยังโอเคมีค่าอยู่ หลาย ๆ อย่างมันดีขึ้น เพียงแต่ว่ายังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับประชาชนโดยรวม ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย ถ้ามีเราก็รู้และให้ได้หมด อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งต้องระมัด ระวังที่สุดในการใช้จ่ายเงิน