Skip to content

ราคาน้ำมันดิบ (3 พ.ค. 66) ร่วง 5% จากความวิตกสหรัฐเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

03 พ.ค. 2566 | 09:09น.
ราคาน้ำมันดิบ (3 พ.ค. 66) ร่วง 5% จากความวิตกสหรัฐเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

ราคาน้ำมันดิบร่วง 5% ซึ่งนับเป็นการปรับลดลงมากสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 66 จากความวิตกสหรัฐเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงกว่า 5% ซึ่งนับเป็นการปรับลดลงมากสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 66 ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรสหรัฐ หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐเผยว่า รัฐบาลอาจหมดเงินภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาดูการประชุมของเฟดในวันนี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 16 ปี

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 2 พ.ค. 2566 อยู่ที่ 71.66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -4.00 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 75.32 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.99 เหรียญสหรัฐ

ตลาดกังวลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจของจีน หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในภาคการผลิตปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.2 ในเดือน เม.ย. ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของจีน โดยเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 65

หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 เม.ย. 66 ปรับตัวลดลงกว่า 3.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.0 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินในมาเลเซีย และอินโดนีเซียยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี สิงค์โปร์เพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันเบนซินสู่ตลาดเอเชียมากขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังเวียดนามยังคงนำเข้าน้ำมันดีเซลจากประเทศใกล้เคียง เพื่อรองรับอุปสงค์ภายในประเทศ ท่ามกลางการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นของประเทศในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมันดิบ