ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังตลาดเริ่มคลายกังวลจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2% ภายหลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตัวเลขอัตราการว่างงานในสหรัฐก็ปรับลดลงสู่ระดับ 3.4% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.6%
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 8 พ.ค. 2566 อยู่ที่ 73.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.82 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 77.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.71 เหรียญสหรัฐ
แคนาดาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ไฟป่า ส่งผลให้ต้องอพยพผู้คนในพื้นที่กว่า 30,000 คน ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันในเมืองต้องหยุดการผลิตน้ำมันกว่า 185,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 2% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในแคนาดา
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะรายงานในวันพุธและวันพฤหัสนี้ ตามลำดับ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้นครั้งถัดไป ภายหลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเป็นครั้งสุดท้ายของวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบปัจจุบัน
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังข้อมูลการส่งออกน้ำมันเบนซินของสิงคโปร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงกว่า 16.2% อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดการณ์ปริมาณส่งออกน้ำมันเบนซินของจีนจะยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 0.95 ถึง 1.10 ล้านตันในเดือน พ.ค. 66 ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณส่งออกในเดือน เม.ย. 66
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังนักลงทุนคาดหวังการปรับเพิ่มโควตาการส่งออกน้ำมันรอบใหม่ของจีน จากอุปสงค์น้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของตลาดซื้อขายจากสภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
