ธนาคารสองค่ายใหญ่ประกาศแผนรุกสินเชื่อเอสเอ็มอีเต็มสูบ คาดดันสินเชื่อโตปีนี้ 8% ด้านไทยพาณิชย์เน้นเจาะ 6 เซ็กเตอร์ พร้อมออกแอปพลิเคชั่นใหม่ช่วยเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่ “กรุงศรีฯ” หวังโตจากธุรกิจซัพพลายเชน การค้า หลังสินเชื่อโตต่อเนื่อง งัดดิจิทัลบล็อกเชนช่วยเอสเอ็มอีโอนเงินข้ามชาติเร็วปรี๊ด
นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดย่อม ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปี 2561 นี้ ทางธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอี 8% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2560 ที่อยู่ระดับ 360,000 ล้านบาท โดยจะเติบโตจาก 6 อุตสาหกรรม ได้แก่ ค้าปลีก ธุรกิจบริการ โรงแรม-อาหาร รับเหมาก่อสร้าง ภาคการผลิต โลจิสติกส์

นอกจากนี้ยังคาดว่า ธนาคารจะมีฐานลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นอีก 100,000 รายในปีนี้ จากสิ้นปีก่อนที่มีฐานลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่ที่ 2.6 ล้านรายในส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าคุมให้อยู่ที่ระดับ 6% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเอ็นพีแอล ณ สิ้นปี 2560 ส่วนธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยงในปีนี้ยังเป็นกลุ่มเดิม คือ โรงสีข้าว
ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี ภายในปีนี้ธนาคารจะเปิดศูนย์ธุรกิจเอสเอ็มอี 200 ศูนย์ เพื่อคอยให้คำปรึกษาการทำธุรกิจโดยเฉพาะ ในขณะเดียวกันจะทำแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มช่องทางการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้าเอสเอ็มอีด้วย เช่นเร็ว ๆ นี้จะมีการออกแอปพลิเคชั่นรัตนโกสินทร์ไกด์ และแพลทินัมไกด์ ที่จะเป็นช่องทางการขายสินค้าให้เอสเอ็มอีกับลูกค้ารายย่อย
นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับธุรกิจออกมาด้วย ซึ่งมีลักษณะ (business to business) เช่น ฟีเจอร์ business link เพื่อเชื่อมโยงเอสเอ็มอีกับมาร์เก็ตเพลซให้ขายสินค้าได้มากขึ้น
ด้านนายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SMEs ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ปี 2561 นี้ ทางธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตจากการปล่อยสินเชื่อของธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็กอยู่ที่ 185,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นการเติบโตที่ 8% หากเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ คาดยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้จะอยู่ที่ 70,000-80,000 ล้านบาท จากปี 2560 ที่ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 76,000 ล้านบาท
“ในธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจที่จะเห็นการเติบโตต่อในปีนี้ คือ ภาคส่งออก ท่องเที่ยว และธุรกิจที่ทำดีลเลอร์รถยนต์ ฯลฯ ซึ่งในส่วนของธนาคาร เราจะเน้นไปที่ลูกค้าซัพพลายเชน และภาคการค้า เพราะเห็นการเติบโตต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา สินเชื่อในกลุ่มซัพพลายเชนโต 46% จากปี 2559 และสินเชื่อการค้าโต 31% จากปี 2559” นายสยามกล่าว
ส่วนเอ็นพีแอลของธนาคารปีนี้จะคุมให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับปี 2560 ที่ผ่านมาที่ 4.2% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าตลาด ที่โดยรวมมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 4.37%
ส่วนการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัล ธนาคารจะมีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้าไปใช้ในระบบการโอนเงินข้ามประเทศ เพื่อให้เกิดการทำธุรกรรมที่รวดเร็วมากขึ้น โดยปัจจุบันได้เริ่มนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปเริ่มใช้แล้วที่ สปป.ลาว และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพูดคุยกับญี่ปุ่น เพื่อให้มีการนำระบบดังกล่าวไปใช้ โอนเงินระหว่างกันได้ด้วย
ไม่เพียงแค่นั้น ธนาคารอยู่ระหว่างเริ่มใช้ระบบปฏิบัติการ RM 4.0 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าสัมพันธ์ (RM) สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้า และนำมาใช้บริการลูกค้าได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้นในอนาคต