เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ลงทุนอย่างไร หลังผ่านประชุมของสี่ธนาคารกลางสำคัญ

20 มิ.ย. 2566 | 08:00น.

ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งเราเริ่มเห็นการตัดสินใจดำเนินนโยบายทางการเงินที่แตกต่างกัน โดยหากพิจารณามุมมองของธนาคารกลางที่สำคัญ 4 แห่งคือ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งมีบทสรุปดังนี้

  • ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.0-5.25% และมีการประเมินภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น โดยปรับคาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้ขึ้นสู่ระดับ +1.0% มากกว่าคาดการณ์เดิมในเดือนมีนาคมที่ระดับ +0.4% แต่อย่างไรก็ดี ทางด้านคณะกรรมการ FED มีมุมมองดอกเบี้ยในช่วงถัดไปที่เข้มงวดมากขึ้น (Hawkish) โดย Dot Plot บ่งชี้ดอกเบี้ยนโยบายสิ้นปีนี้ของสหรัฐเฉลี่ยที่ระดับ 5.6% สูงขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5.1% สะท้อนโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ดี เราคาดแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐเข้าสู่ช่วงที่ใกล้จำกัดมากแล้ว ดังนั้น การปรับขึ้นดอกเบี้ยมีโอกาสที่จะน้อยกว่าที่คณะกรรมการ FED ประเมินไว้ 
  • ในขณะที่การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น +0.25% ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 4.25%, ดอกเบี้ยเงินฝากที่ 3.5% และดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ 4.0% ซึ่งการปรับขึ้นดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อของยูโรโซนที่ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงราว +6.1% โดยแนวโน้มดอกเบี้ย ECB ในช่วงถัดไป คาดยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง เพื่อคลายปัญหาเงินเฟ้อยูโรโซนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 
  • ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และไม่มีการเปลี่ยนมาตรการ Yield Curve Control โดยคงกรอบที่ +/- 0.5%  สอดคล้องกับที่ตลาดประเมินไว้ โดย BOJ ประเมินเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตระดับปานกลาง แต่ในช่วงถัดไปอาจจะมีการยกเลิกมาตรการ Yield Curve Control ซึ่งคงต้องติดตามใกล้ชิด
  • ส่วนจีน มีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย โดย Reverse Repo Rate 7 วัน ลดลง -0.1% สู่ระดับ 1.9%, ดอกเบี้ยระยะกลาง (1 Year MLF rate) ปรับลดลง -0.1% สู่ระดับ 2.65% รวมทั้งคาดในช่วงถัดไปจะมีการปรับลด Loan Prime Rate และสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนแรกของจีน ซึ่งคาดตลาดยังคงคาดหวังการใช้มาตรการการคลังเข้ามาเร่งการกระตุ้นเพิ่มเติม ถือเป็นบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจภูมิภาคในช่วงถัดไป

จากบทสรุปการประชุมของธนาคารกลางสำคัญทั้ง 4 แห่ง สะท้อนทิศทางค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่า เนื่องจากดอกเบี้ยสหรัฐเข้าใกล้จุดสูงสุดแล้ว ในขณะที่ฝั่งยุโรปก็ยังพยายามปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อสูง ซึ่งจะหนุนให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น ผสานกับทางการจีนพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านทั้งมาตรการการเงินและการคลังในช่วงถัดไป จะเป็นแรงผลักดันต่ออีกแรงหนึ่ง ซึ่งหนุนการฟื้นตัวระยะสั้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ดังนั้น ภาวะการลงทุนในช่วงนี้มีโอกาสที่กลุ่มที่อิงกับการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะมีแรงเก็งกำไรมากยิ่งขึ้น ผสานกับหุ้นที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน โดยกลุ่มที่น่าเก็งกำไรในระยะสั้นได้แก่ กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี (IVL, PTTGC, BANPU), กลุ่มน้ำตาล (BRR), กลุ่มอิงการฟื้นตัวของจีน (AOT, ERW, SPA, EKH, CBG) เป็นต้น