เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เอทานอล-ไบโอยังไม่เวิร์ก KSL หันต่อยอด “น้ำตาล Low GI”

23 มิ.ย. 2566 | 08:01น.
ชลัช ชินธรรมมิตร์

ชลัช ชินธรรมมิตร์

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแนวทางในการส่งเสริมเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และผลิตสุรา เป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรม BCG ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นโยบายนี้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย

ซึ่งปัจจุบันกว่า 70% ส่งออก “น้ำตาล” ออกไปทั่วโลก ในฐานะอันดับ 2 ของโลก แต่ต้องฝ่าความท้าทายทั้งจากภายนอก ภายใน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายชลัช ชินธรรมมิตร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ภายใต้แบรนด์ “KSL” ถึงทิศทางธุรกิจในปีนี้

ราคาตลาดโลกนิวไฮ-ผลิตอ้อยลด

หลายปีที่ผ่านมาแม้ว่าชาวไร่อ้อยจะพยายามปรับวิธีการดูแลและการเพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ ในแต่ละปี 100 ตัน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปมาก ปริมาณฝนตกน้อยลง และเกิดทั้งเอลนีโญและลานีญา ทำให้ผลผลิตอ้อยลดลง ล่าสุดในการหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2565/2566 ได้ 94 ล้านตัน

แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.97% แต่ยังถือว่าเป็นผลผลิตน้อย และคาดการณ์ว่า ในการหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2566/2567 จะเหลือเพียง 80 ล้านตันเท่านั้น ลดลงถึง 10% ชาวไร่ได้หันไปปลูกมันสำปะหลังทดแทน เนื่องจากราคาที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำตาลตลาดโลกวันนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น หรืออยู่ที่ 25-26 เซนต์/ปอนด์ จากปีก่อนฤดู 2564/2565 ราคาตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 21 เซนต์/ปอนด์เท่านั้น ถือว่าราคาขยับดีขึ้น 20% ผลผลิตลดลงทำให้ราคาตลาดโลกดี จึงทำให้ปีนี้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลยังมีกำไรและรายได้กัน ส่วนของ KSL ผลประกอบการไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 54%

ต่อยอดเอทานอลไม่คุ้ม

อย่างที่รู้กัน ผลพลอยได้ของอ้อยสามารถผลิตมาเป็นทั้งน้ำตาล ชานอ้อย นำไปเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าไบโอแก๊ส กากน้ำตาลหรือโมลาสนำไปทำเอทานอล การที่รัฐบาลสนับสนุนให้สามารถนำเอทานอลไปต่อยอดผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้นอกจากน้ำมันเชื้อเพลิง และสุรา เรามองว่าดี

“ถามว่า ต่อยอดทำได้ไหม ตอบว่าทำได้ แต่ไม่คุ้มที่จะทำ เพราะแอทานอลที่ได้มา ไม่ได้ปริมาณมากพอ เเละราคาเอทานอลค่อนข้างแพง ปัจจุบันอยู่ที่ 29 บาท/ลิตร บวกกับต้นทุนกากน้ำตาลเข้าไปอีก 5,000-6,000 บาท ถ้าจะทำก็ต้องนำเข้าเอทานอลมาซึ่งไม่คุ้มแน่นอน เราทำอะไรที่เราชำนาญอยู่แล้วดีกว่า”

ส่วนการจะไปทำไบโอพลาสติก ตรงนี้เราก็มองว่ายังไม่ไบโอ 100% เพราะคำว่า ไบโอพลาสติก คือ เราต้องการให้ย่อยสลายในธรรมชาติจริง ๆ แต่ที่ทำกันทุกวันนี้ยังไม่ได้ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เราเอาผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าเป็นไบโอพลาสติกทิ้งไว้ภายใน 2-3 ปี ก็ยังไม่สามารถย่อยสลายได้เอง ดังนั้นคำถามคือ แล้วไบโอพลาสติกย่อยสลายได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอยู่ดี ตอนนี้เราทุกคนอาจยังเข้าใจผิดเพราะการให้ข้อมูลที่ยังไม่ครบ

อย่างไรก็ตาม ไบโอพลาสติกคือแนวทางและทิศทางที่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลจะเดินไปในอนาคต เนื่องจากเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภคและความต้องการของตลาด ที่สำคัญมันคือการต่อยอดและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพียงแต่ว่าตอนนี้เราต้องศึกษาและหาเทคโนโลยีที่จะทำให้ได้ไบโอพลาสติกแท้ ๆ คือย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

“น้ำตาล” ดัชนีน้ำตาลต่ำ

อย่างไรก็ตาม แผนการดำเนินงานปี 2566 ของ KSL คือการพัฒนานวัตกรรม โดยเราได้พาร์ตเนอร์เก่งจากสิงคโปร์ คือ บริษัท นูทริชั่น อินโนเวชั่น จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีด้านอาหารเจ้าของสิทธิบัตร Nucane เทคโนโลยีการผลิตน้ำตาลทรายจากอ้อยธรรมชาติที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) เป็นรายแรกและรายเดียวของไทย

“เราใช้เวลาในการศึกษาและพัฒนากว่า 2 ปี ทำให้ได้น้ำตาล Low GI ที่มีคุณสมบัติในการรักษาสารพอลิฟีนอลจากอ้อย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ และกำลังเริ่มเปิดตลาดช่องทางรีเทลหรือขายปลีก ราคาสูง จากเดิมเราเน้นขายน้ำตาลให้กับภาคอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะการขายให้ผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่อย่างโค้ก”

ปั้นแบรนด์ เจาะลูกค้ารักสุขภาพ

น้ำตาล Low GI ที่กำลังจะเปิดตลาดครั้งนี้ เราขายภายใต้แบรนด์ Kane’s เน้นจับกลุ่มผู้บริโภครักสุขภาพ และกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว ซึ่งล่าสุดดีลกับทางเดอะมอลล์เพื่อวางขายในกูร์เมต์มาร์เก็ต เพราะตลาดนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ด้วยราคาต่อถุงค่อนข้างจะแพงกว่าน้ำตาลทรายขาวปกติประมาณ 20-30% นอกจากนี้ยังเน้นไปที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ผูกไปกับร้านอาหาร เบเกอรี่ ร้านกาแฟ เป็นหลัก

“ปีนี้เรามีกำลังการผลิตน้ำตาล Low GI ปริมาณ 148 ตัน เพราะหีบอ้อยไปหมดแล้วจึงแบ่งส่วนนี้มาผลิตเป็นสินค้าใหม่ Low GI ตัวนี้ออกมาทดลองตลาดก่อน จึงยังไม่ทำการตลาด Low GI มาก เพราะกลัวความต้องการมากแต่สินค้าไม่มี แต่วางแผนจะลุยทำการตลาดทีเดียวปลายปี ลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรประมาณ 10 ล้านบาท แต่ในอนาคตหากได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า เราจะขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2,000 ตัน ในฤดูหีบอ้อยปี 2566/2567 นี้ จึงคาดว่า Low GI ลอตที่ 2 จะออกมาขายได้อีกครั้งปลายปี 2566 นี้แน่นอน”

ตั้งโรงงานใหม่ที่สระแก้ว

แผนการผลิต เราย้ายโรงหีบอ้อยที่ชลบุรีไปสระแก้ว เพราะเราต้องการขยายเพิ่มพื้นที่ แต่เราสู้ราคาที่ดินไม่ไหว คำนวณแล้วเราย้ายไปที่อื่นและก่อสร้างใหม่ง่ายกว่า เราจึงขอใบอนุญาต รง.4 เพื่อขอตั้งโรงงานที่สระแก้ว ในตอนนั้นไปติดกฎหมายเรื่องที่ห้ามตั้งโรงงานหีบอ้อยใกล้กันเกิน 80 กม. เราสู้มานานเรื่องอยู่ที่ศาลจนในที่สุดมีการปลดล็อกเป็น 50 กม. เพราะพื้นที่สระแก้วยังมีอ้อยเพียงพอไม่แย่งอ้อยกัน

โรงใหม่นี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดเดินเครื่องได้ปลายปี 2567 กำลังการผลิต 20,000 ตัน ซึ่งส่วนหนึ่งจะผลิตน้ำตาล Low GI ประมาณ 20-30% ขณะนั้นน่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำตาลตัวใหม่นี้ได้ถึง 2,000 ตันตามเป้า

รับอ้อยเผาลดลง

ส่วนการดำเนินการตามนโยบายรัฐที่ให้ลดการเผาอ้อยให้เหลือศูนย์ให้ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าย้อนกลับไปดูข้อมูลจริง ๆ จะเห็นว่าต้นกำเนิดของ PM 2.5 คือยานยนต์เครื่องสันดาป จึงเกิดเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนภาคการเกษตรมาเป็นจำเลยร่วม เพราะเกษตรกรมักใช้วิธีการเผาเนื่องจากง่ายต่อการเก็บเกี่ยว และต่อการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกรอบใหม่ แต่ที่เราโดนหนัก เพราะเรามีการรายงานแยกประเภทการรับซื้ออ้อย ว่าแต่ละปีรับอ้อยเท่าไร อ้อยเผาเท่าไร จึงทำให้เราตกเป็นจำเลยหนักสุด แต่จริง ๆ แล้วแปลงพืชไร่อื่น ๆ ก็เผาเช่นกัน

ตอนนี้ สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ยังไม่มีกฎหมายบังคับให้โรงงานน้ำตาลห้ามรับอ้อยเผา มีเพียงมาตรการขอความร่วมมือและหักเงินไปชดเชยให้ชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดแทน ปัญหานี้ได้พยายามแก้กันมานาน ตัวหลักคือรัฐต้องจริงจัง ออกนโยบายมาก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือด้วย เช่น จะให้ใช้รถตัดอ้อยก็ต้องมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีแนวทางวิธีการให้เขาเข้าถึง หรือการรวมแปลงเพื่อใช้รถตัดอ้อยก็ต้องบอกวิธี บอกกระบวนการให้เขาทำไม่ใช่ออกนโยบายแต่ไม่มีมาตรการช่วยเหลือใด ๆ เลย

แนวทางแก้ เราก็พยายามให้เกษตรกรลดการเผาให้ได้ ปีนี้ปัญหาเผาอ้อยจะลดลงแน่นอน เพราะปลูกน้อยลงสัมพันธ์กันกับจำนวนแรงงานก็เพียงพอจะตัดอ้อยสดได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำตาล เอทานอล