SEAOIL เตรียมย้ายเข้าเทรด SET ดีเดย์ 26 มิ.ย.นี้
บมจ.ซีออยล์ (SEAOIL) เตรียมย้ายเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) หมวดธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ หวังเพิ่มโอกาสธุรกิจ-สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ปักหมุดรายได้ปีนี้โตเกิน 10% ทุบสถิติทำจุดสูงสุดใหม่
วันที่ 23 มิถุนายน 2566 นางสาวนีรชา ปานบุญห้อม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAOIL กล่าวว่า บริษัทเตรียมย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค ในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 จากเดิมที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

ซึ่งการย้ายเข้าจดทะเบียนใน SET ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับองค์กรเข้าสู่แหล่งระดมทุนระยะยาวที่มีศักยภาพ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งในด้านผลการดำเนินงาน และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
รวมทั้งยังเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้น ตลอดจนทำให้บริษัท รวมถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นที่รู้จักของสาธารณชนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการหา และเข้าร่วมลงทุนของพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตในอนาคตได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางธุรกิจ
“บริษัทมั่นใจว่าการย้ายเข้าเทรด SET ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน โดยทีมผู้บริหารพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ เพื่อผลักดันผลงานให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง”
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 บริษัทคาดการณ์ว่า ภาพรวมยังคงเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และน่าจะเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแผนการดำเนินธุรกิจปีนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายงานในธุรกิจหลักที่ดำเนินงานอยู่ โดยเฉพาะด้านการจำหน่ายปิโตรเลียมและงาน Catering & Supply Management ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากปีก่อนที่มีรายได้ 21,685.62 ล้านบาท เนื่องจากรับประโยชน์จากการขนส่งทางทะเลฟื้นตัวภายหลัง COVID-19 คลี่คลาย ทำให้ปริมาณจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างคึกคัก
“บริษัทยังคงมองหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมศักยภาพของบริษัท โดยงบประมาณการลงทุนที่ประมาณการไว้นั้นขึ้นอยู่กับความน่าสนใจและการประเมินความคุ้มค่ากับการลงทุน ทั้งนี้บริษัทพิจารณาโอกาสการลงทุนทั้งในธุรกิจที่ทำอยู่เดิม และในธุรกิจใหม่” นางสาวนีรชากล่าว