Skip to content

ดอลลาร์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก ตลาดจับตา “พาวเวลล์” อภิปรายหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย

26 มิ.ย. 2566 | 19:12น.
ดอลลาร์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก ตลาดจับตา “พาวเวลล์” อภิปรายหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย

ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/6) ที่ระดับ 35.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/6) ที่ระดับ 35.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23/6) ได้มีการเปิดเผยผลเอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมจากระดับ 54.3 ในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐมีการขยายตัว

โดยได้ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน แต่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 46.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 48.4 ในเดือนพฤษภาคม และดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 54.9 ในเดือนพฤษภาคม

ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23/6) นางแมรี ดาลี ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอีก 2 ครั้งในปีนี้เป็นการคาดการณ์ที่สมเหตุสมผลอย่างมาก และได้ย้ำถึงข้อเรียกร้องของนายพาวเวลล์ที่ให้ระมัดระวังมากขึ้นในการกำหนดนโยบายการเงิน

ในขณะที่นายทอน บาร์กิ้น ประธานเฟดสาขาแอตแลนตากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (22/6) ว่า เขาไม่เชื่อว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% แต่ระบุว่าเขาจะไม่คาดการณ์ผลการประชุมของเฟดในเดือนกรกฎาคม

ในขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (28/6) งานเสาวนา “Policy Panel Discussion” โดยคาดว่า นายพาวเวลล์และผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของแต่ละประเทศ ส่วนในวันพฤหัสบดี (29/6) นายพาวเวลล์จะเดินทางไปยังกรุงมาดริด ประเทศสเปน เพื่อเข้าร่วมงานเสวนาในหัวข้อ Financial Stability ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารกลางสเปน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าอยู่ในกรอบระหว่าง 35.13-35.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/6) ที่ระดับ 1.0906/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/6) ที่ระดับ 1.0868/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้สหภาพยุโรปมีการเปิดเผยดัชนี PMI ซึ่งลดลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนมิถุนายน จากระดับ 5.8 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 52.5 ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมการผลิคยังคงขยายตัว ทางด้านเอสแอนด์พี โกลบอลระบุว่า การขยายตัวของผลผลิตทางธุรกิจของยูโรโซนเกือบหยุดชะงักในเดือนมิถุนายน เป็นการบ่งชี้ถึงความอ่อนแอครั้งใหม่ของเศรษฐกิจยูโรโซน หลังจากมีการขยายตัวชั่วคราวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่งผลให้เมื่อวันศุกร์ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลง หลังจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า จากการผลิตที่ชะลอตัวลงรุนแรงในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0886-1.0910 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0893/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/6) ที่ระดับ 143.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/6) ที่ระดับ 143.29/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าค่าเงินเยนกำลังเคลื่อนไหวเพียงด้านเดียวและรวดเร็วโดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 142 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินเยนสะท้อนให้เห็นถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐ และญี่ปุ่นที่ปรับตัวกว้างขึ้น นอกจากนี้ เงินเยนยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร

อย่างไรก็ดี เทรดเดอร์มองว่า การที่เงินเยนร่วงลงใกล้ระดับทางจิตวิทยาที่ 145 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อาจจะกระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการทุ่มซื้อเงินเยนและเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยับยั้งการอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วของค่าเงินเยน ทั้งนี้ เงินเยนถูกกระหน่ำขายอย่างหนัก หลังจากธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ (ultra-low interest rates) ซึ่งตรงกันข้ามกับธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ต่างก็เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.93-143.71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.14/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพฤษภาคม (27/6), ยอดขายบ้านใหม่เดือนพฤษภาคม (27/6), รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนพฤษภาคม (30/6) และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2566 (29/6) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อ (เบื้องต้น) (CPI) เดือนมิถุนายนของยูโรโซน (30/6) และดัชนี PMI เดือนมิถุนายนของจีน (30/6), ตัวเลขปริมาณการนำเข้า-ส่งออก (ปีต่อปี) เดือนพฤษภาคมของไทย (30/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -12/-11.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10/-6.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ เงิน