เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“ยักษ์ฟาร์มา” รุมชิงตลาดวัคซีน สปีดสูตรใหม่ XBB.1.5

14 ก.ค. 2566 | 10:44น.
วัคซีนโควิด
คอลัมน์ : Market Move

แม้โรคโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่หลายประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกายังคงมาตรการการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบประจำปี ทำให้บรรดายักษ์บริษัทยาผู้ผลิตวัคซีน ต่างพยายามพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่ออกมาให้เร็วที่สุด พร้อมอัพเกรดฐานการผลิต เพื่อสร้างความได้เปรียบในการชิงตลาดที่แม้ยังมีอยู่แต่หดเล็กลงไปกว่าเดิมมาก

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา หรือยูเอสเอฟดีเอ ประกาศแนวทางล่าสุดสำหรับการฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ธันวาคม) ของปี 2566 นี้ โดยให้ใช้วัคซีนแบบ 1 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์ XBB.1.5 เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่พบมากถึง 40% ของผู้ป่วยในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่่ผ่านมา

การประกาศนี้เปรียบเหมือนสัญญาณเริ่มต้นการแข่งขันระหว่างบริษัทยารายใหญ่ ทั้งโมเดอร์นา ไฟเซอร์ และโนวาแวกซ์ ที่จะพัฒนาและผลิตวัคซีนออกมาชิงดีมานด์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการแข่งขันจะดุเดือดขึ้นอย่างมาก เนื่องจากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเสรีการขายวัคซีนโควิดให้กับภาคเอกชน ทำให้บรรดาผู้ผลิตสามารถขายวัคซีนตรงให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ ได้เอง แทนการขายให้รัฐบาลอย่างที่ผ่านมา

แต่ขณะเดียวกัน แม้จะเป็นตลาดที่มีประชากรมากกว่า 330 ล้านคน แต่ปัจจุบันกระแสการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นลดลงไปมากแล้ว โดยยูเอสเอฟดีเอ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นล่าสุดของไฟเซอร์และโมเดอร์นาได้รับการรับรองเมื่อเดือนกันยายน 2565 นั้น มีผู้ฉีดวัคซีนไปแล้วเพียง 17% ของประชากร หรือประมาณ 56 ล้านคนเท่านั้น ทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลงและการแข่งขันสูงขึ้น

ด้วยการแข่งขันที่สูงและเส้นตายที่จะต้องส่งมอบวัคซีนให้ได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 3 นี้ ทำให้ทั้ง 3 บริษัทตัดสินใจวัดดวงเริ่มพัฒนาวัคซีนสำหรับสายพันธุ์ XBB.1.5 ไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ยูเอสเอฟดีเอ จะประกาศสเป็กวัคซีนออกมา อย่างไรก็ตามจากข้อมูลผลวัคซีนเบื้องต้นที่แต่ละบริษัทยื่นต่อยูเอสเอฟดีเอ แสดงให้เห็นว่าวัคซีนของทั้ง 3 บริษัทสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อทุกสายพันธุ์ย่อยของ XBB ได้เป็นอย่างดี

โดยไฟเซอร์ระบุว่าวัคซีนสำหรับสายพันธุ์ XBB.1.5 ที่พัฒนาไว้น่าจะสามารถใช้งานจริงได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้เลย ขณะที่โมเดอร์นาและโนวาแวกซ์ยังไม่เปิดเผยกำหนดการการนำวัคซีนมาใช้งานจริง

“ดร.เมลินดา วอร์ตัน” เจ้าหน้าที่อาวุโสจากศูนย์สร้างภูมิคุ้มกันและโรคระบบทางเดินหายใจแห่งชาติของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า การเลือกใช้วัคซีนที่พุ่งเป้าไปยังสายพันธุ์ XBB.1.5 นั้น นับเป็นตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุด ทั้งในเรื่องระยะเวลาการพัฒนา-ผลิต และปริมาณวัคซีนที่แต่ละบริษัทจะสามารถส่งเข้าสู่ตลาดได้ทันภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

เนื่องจากสหรัฐเตรียมส่งต่อหน้าที่การกระจายวัคซีนโรคโควิด-19 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ให้กับภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นช่วงที่โควตาวัคซีนฟรีของรัฐบาลหมดลง ทำให้บรรดาผู้ผลิตวัคซีนสามารถขายวัคซีนตรงให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ ได้เอง

การเปิดเสรีวัคซีนนี้นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับไฟเซอร์และโมเดอร์นา ที่จะเจาะเข้าสู่ช่องทางกระจายเวชภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่กว้างกว่าสมัยที่ต้องขายวัคซีนให้รัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ขณะเดียวกันยังมีผู้ที่ไม่ได้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ด้วย นั่นคือ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งผลข้างเคียงของวัคซีนโควิดของบริษัทอย่างการเกิดลิ่มเลือด ทำให้ปัจจุบันไม่มีวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ขายในตลาดสหรัฐ

นอกจากนี้ แต่ละบริษัทยังมีความคาดหวังต่อผลการขายวัคซีนโรคโควิด-19 ในครั้งนี้แตกต่างกันไป โดยไฟเซอร์และโมเดอร์นาคาดว่ายอดขายวัคซีนจะลดลง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดทั่วโลกคลี่คลายลงแล้ว ทำให้ความต้องการวัคซีนลดลง

โดยไฟเซอร์คาดว่ารายได้จากการขายวัคซีนโรคโควิด-19 ในปีนี้จะลดลงจาก 3.78 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2565 มาเหลือ 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนโมเดอร์นาคาดว่าปีนี้วัคซีนโควิดจะสร้างรายได้อย่างน้อย 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากปีที่แล้วสร้างรายได้มากถึง 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่สำหรับโนวาแวกซ์ ยอดขายวัคซีนในปี 2566 นี้ถือเป็นรายได้สำคัญต่อความอยู่รอดของบริษัทในปีนี้และอนาคต เนื่องจากบริษัทกำลังต้องการเม็ดเงินอย่างเร่งด่วนหลังปัญหาความล่าช้าในการผลิตและการขออนุญาตจากยูเอสเอฟดีเอ ทำให้บริษัทเพิ่งสามารถขายวัคซีนโควิดในตลาดสหรัฐได้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช้ากว่าคู่แข่งไปหลายปี โดยโนวาแวกซ์ตั้งเป้ายอดขายวัคซีนรอบนี้ไว้ที่ 1-1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่ายอดขายปีที่แล้วที่ทำได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต้องรอดูกันว่าในช่วงปลายปีชาวอเมริกันและทั่วโลกจะยังต้องการฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 กันมากน้อยเพียงใด