ตลาดอุปกรณ์การแพทย์โตพรวด “นำวิวัฒน์ เมดิคอล” ผนึกอินโนบิก บริษัทลูก ปตท.ลุยพัฒนางานวิจัยพัฒนาเครื่องมือแพทย์ รุกตั้ง LAB ประกาศขยายฐานลูกค้าโกอินเตอร์ใน 3-5 ปีข้างหน้า
นายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NAM กล่าวถึงแผนการขยายการลงทุนในครึ่งปีหลัง 2566 ว่า จากที่บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือ ปตท. ไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดทั้ง 2 บริษัทพร้อมที่จะลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนาร่วมกันตามแผน เพื่อจะขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีสินค้าส่งเข้าไปถึงโรงพยาบาล 1,200 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการเตรียมขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ
โดยนำวิวัฒน์ฯจะใช้จุดแข็งของงานวิจัยจาก ปตท. ต่อยอดเพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ เช่น เครื่องกำจัดขยะติดเชื้อ เครื่องมือที่ใช้ในห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉิน และห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) โดยตลาดนำเข้าและส่งออกของเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย
ซึ่งอินโนบิกเป็นบริษัท Global มีศูนย์วิจัย มีบุคลากร ข้อมูล งานวิจัยจำนวนมาก ความร่วมมือนี้จึงส่งผลให้นำวิวัฒน์ฯ สามารถหยิบงานวิจัยเหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอดได้เลยลดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก
“เราเป็นหน้าบ้าน อินโนบิกเป็นหลังบ้านให้เรา จะร่วมกันทำวิจัยพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่เราต้องตามให้ทัน และที่ไม่ใช่แค่ส่งขายในกลุ่มของโรงพยาบาลเท่านั้น เรายังมีแผนขยายไปกลุ่มอื่นเพิ่ม เช่น ห้องทดลอง คลินิก ห้องปฏิบัติการทั้งคนและสัตว์ ผู้บริการทางการแพทย์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าระดับครัวเรือน เพื่อการรับมือการแข่งขัน เป้าหมายเพื่อที่จะเป็นผู้นำด้านการแพทย์ครบวงจร”

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์มีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินจากมูลค่าการจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทยปี 2565-2566 มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-7% จากการใช้บริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลทยอยกลับสู่ระดับใกล้เคียงปกติภายหลังการระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลาย ความต้องการใช้เครื่องมือแพทย์ที่เพิ่มขึ้น
จากอัตราการเจ็บป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, อีกทั้งจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่มีแนวโน้มกลับมาใช้บริการในไทยเพิ่มขึ้นในปี 2565-2566 หลังจากหดตัวถึง 97% ในปี 2564 ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงพยาบาลมีแผนขยายการลงทุนต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีกระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพแบบครบวงจรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
“ด้านการส่งออกประเทศคู่ค้าหลักของไทยยังมีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุสิ้นเปลืองประเภทถุงมือยาง หลอด และเข็มฉีดยา และที่สำคัญคือนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์โดยรวมมีแนวโน้มสูงขึ้น”
นายสุขุม โพธิสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน NAM กล่าวว่า บริษัทมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ (SM) 2.กลุ่มผลิตและจำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (CS) และ 3.กลุ่มงานให้บริการ (SV) เป็นกลุ่มที่ให้บริการหลังการขาย บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องมือ
ซึ่งผลการดำเนินงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2563-2565) บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีรายได้หลักจากการผลิตและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ (SM) คิดเป็นสัดส่วน 53.18% การผลิตและจำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (CS) คิดเป็นสัดส่วน 26.69% และการให้บริการ (SV) คิดเป็นสัดส่วน 19.11%
“ยอดขายเพิ่มมากขึ้นจากฐานลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลภาครัฐที่มีความต้องการมากขึ้น และการเพิ่มลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลเอกชน คลินิก หรือหน่วยงานองค์กรทางสาธารณสุข โดยอาศัยจุดแข็งในการผลิต นำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมบริการต่าง ๆ ครบวงจร รวมถึงการคิดค้นและพัฒนาจนมีสิทธิบัตร (Patent) เป็นของตนเอง และยังสามารถขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมกลุ่มนวัตกรรมทางการแพทย์ในประเทศด้วย”