การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนกรกฎาคม 2023 มีการจ้างงานใหม่ต่ำกว่าที่ตลาดคาด แต่ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาด และอัตราการว่างงานลดลง โดยรวมตลาดแรงงานยังแกร่ง เป็นเหตุผลสนับสนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อได้อีก ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์มีมุมมองแยกออกไปสองทาง คือ วงจรการขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว และยังไม่จบ
วันที่ 4 สิงหาคม 2023 สำนักงานสถิติแรงงาน กระทรวงแรงงาน สหรัฐอเมริกา เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคม 2023 ว่า มีการจ้างงานใหม่ 187,000 ตำแหน่ง
แม้ว่าจำนวนนี้เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการจ้างงานใหม่ 200,000 ตำแหน่ง แต่ตลาดแรงงานสหรัฐก็ยังคงแข็งแกร่ง ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ โดยค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า (MOM) และเพิ่มขึ้น 4.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY)
ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงอย่างเหนือคาด โดยลดลงจากอัตรา 3.6% ในเดือนมิถุนายน ลงไปอยู่ที่ 3.5% ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
การจ้างงานใหม่และค่าจ้างแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐสามารถต้านทานการขึ้นดอกเบี้ยสูงได้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ซึ่งอาจเป็นสัญญาณดีสำหรับการจับจ่ายของภาคครัวเรือน และการเติบโตของเศรษฐกิจ
ภาวะตลาดแรงงานล่าสุดนี้จะเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ปประกอบการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินในการประชุมครั้งต่อไป หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 5.25%-5.5% ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบานการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ครั้งล่าสุด เจอโรม เพาเวลล์ (Jerome Powell) ประธานเฟดปฏิเสธที่จะยืนยันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ พอ ๆ กับที่ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าการขึ้นดอกเบี้ยสิ้นสุดลงแล้ว สิ่งที่เขาบอกคือ คณะกรรมการจะติดตามตัวเลขการจ้างงานและข้อมูลเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดต่อไป
พาวเวลล์บอกว่า คณะกรรมการฯกำลังเฝ้าดูอุปสงค์และอุปทานแรงงานเข้าสู่สมดุลที่ดีขึ้น แต่ก็ย้ำว่า ความต้องการแรงงานยังคงสูงกว่าอุปทาน (คนที่หางาน) อย่างมาก
แอนนา หว่อง (Ana Wong) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐจาก Bloomberg Economics วิเคราะห์ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐกำลังเย็นลง ทำให้เกิดแรงกระตุ้นการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อกลุ่มที่หนืดที่สุดซึ่งน่าจะคงอยู่ไปตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ และเธอมองว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมของเฟดน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหยุดยาว
ตรงข้ามกับเบนจามิน ทราวิส (Benjamin Travis) นักเศรษฐศาสตร์ของ Centre for Economics and Business Research (CEBR) เป็นตัวแทนองค์กรบอกว่า CEBR คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ที่ช่วง 5.50%-5.75%