เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ วิเคราะห์ นักลงทุน “อพยพ” หนีจากตลาดหุ้นไทย ยังไม่จบ

06 ส.ค. 2566 | 10:00น.
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร.นิเวศน์ กูรูนักลงทุนวีไอ ชี้สัญญาณนักลงทุน อพยพหนีจากตลาดหุ้นไทย ยังไม่จบ แม้ต่างชาติเทขายหุ้นไทยออกไปแล้วหลายแสนล้านบาทในช่วงหลายปีมานี้ก็ตาม

วันที่ 6 สิงหาคม 2566 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กูรูนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่แทบจะไม่ให้ผลตอบแทนติดต่อกันมานับ 10 ปีนั้น ทำให้นักลงทุน VI หลายคนเริ่มย้ายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นอื่นมากขึ้นเรื่อย บางคนและแม้แต่ที่เป็น “VI พันธุ์แท้” ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และรวยไปแล้ว” จากตลาดหุ้นไทย ขณะนี้มีเงินลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมากกว่าตลาดหุ้นไทยไปแล้ว

ส่วนตัวผมเองก็มีหุ้นต่างประเทศเกือบ 30% แล้ว และน่าจะเพิ่มขึ้นไปได้อีก อานิสงส์สำคัญส่วนหนึ่งก็คือมูลค่าของหุ้นเพิ่มขึ้นตามดัชนีหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวขึ้นเร็วกว่าตลาดหุ้นไทยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ย้ายถิ่นสู่สถานที่อุดมสมบูรณ์กว่า

การย้ายถิ่นฐานไปสู่สถานที่อุดมสมบูรณ์กว่า” ของคนหรือมนุษย์นั้น เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ขึ้นในโลก จากประวัติศาสตร์ของคนอย่างพวกเราที่ถูกเรียกว่า “Homo Sapiens” หรือ มนุษย์ผู้ชาญฉลาด” นั้น พวกเรากำเนิดขึ้นในอาฟริกาและน่าจะอยู่ที่นั่นมาหลายแสนปี แต่แล้ว ในช่วงเวลาน่าจะประมาณ 100,000-70,000 ปี ที่ผ่านมา พวกเราก็เริ่มอพยพครั้งใหญ่” ออกจากอาฟริกาและกระจายไปทั่วโลก

โดยทวีปสุดท้ายที่ไปถึงน่าจะเป็นอเมริกาเหนือ เมื่อประมาณอย่างน้อย 20,000 ปีที่แล้ว เพราะนั่นเป็นสถานที่ที่ไปยากที่สุด

การที่ Homo Sapiens ย้ายถิ่นฐานออกจากอาฟริกานั้น สาเหตุสำคัญก็คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่อาจจะทำให้เกิดความแห้งแล้ง อาหารที่มีอยู่ไม่พอเลี้ยงคนที่อาจจะมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย อานิสงส์จากการที่ Homo Sapiens มีความรู้และความสามารถมากขึ้นเรื่อย และเริ่มสามารถเอาชนะสัตว์อื่นในการแย่งชิงทรัพยากรโดยเฉพาะอาหารที่มักจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในช่วงเวลานับหมื่นปี

นักลงทุนแบบ VI ของไทยนั้น ได้กำเนิดขึ้นประมาณปี 2540 หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง” ที่ก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เลวร้ายกับการลงทุนของนักลงทุนในยุคก่อนหน้านั้นอย่างรุนแรง จนทำให้นักเล่นหุ้น” แทบจะสูญพันธุ์” แต่สำหรับ “Value Investor” หรือ VI ที่ยึดถือหลักการว่าซื้อหุ้น” ก็เหมือนกับการลงทุนในธุรกิจ” ช่วงเวลานั้นกลับกลายเป็นโอกาส” ที่จะได้ซื้อหุ้นหรือซื้อธุรกิจในราคาที่ถูกมาก และต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง” ซึ่งจะทำให้สามารถทำกำไรหรือได้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงในอนาคต

คนที่เรียกว่าเป็น “VI” นั้น ถ้าจะพูดกันแบบโม้” ก็คงคล้ายกับที่เราตั้งชื่อมนุษย์ปัจจุบันว่า Homo Sapiens ซึ่งหมายถึงคนที่ชาญฉลาด” ในขณะที่คนประเภทอื่น เช่น “Homo Neanderthal” ซึ่งเคยอยู่ร่วมโลกกับตนเองมานับแสนปีและจริง ก็ฉลาดพอกัน กลับไม่ได้ถูกตั้งชื่อแบบนั้นและก็สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 40,000 ปีที่แล้ว

กล่าวก็คือ พวก VI นั้น มีความภาคภูมิใจว่าตนเองเป็นนักลงทุนผู้ชาญฉลาด” หรือเป็น “Intelligent Investor” ตามชื่อหนังสือที่เป็นไบเบิล” ของพวกตนเขียนโดยเบน เกรแฮมบิดาของ VI” และถ้าจะตั้ง ชื่อวิทยาศาสตร์” เลียนแบบ Homo Sapiens นักลงทุน VI ก็อาจจะมีชื่อว่า “Investo Sapiens” ที่เอาชนะนักลงทุนพันธุ์อื่น” โดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทยในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ตั้งแต่ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยดูเหมือนว่าจะเข้าสู่ภาวะแวดล้อมที่แย่ลงเรื่อย แต่คนก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องความผันผวนเหมือนกับเรื่องของภาวะบรรยากาศของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว” ในช่วงเวลาเป็นหมื่นปี” ในสมัยที่โลกยังอยู่ในยุคหินที่ Homo Sapiens ต้องเผชิญ

กล่าวก็คือ ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยถดถอยลงจากที่เคยสูงเป็นอันดับต้น ของอาเซียนที่ 5-7% ต่อปี เป็นประมาณ 3-4% หรือน้อยกว่าในช่วงเร็ว นี้ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไม่ไปไหนมานาน และ VI จำนวนไม่น้อยได้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าผิดหวังมาก ซึ่งทำให้พวกเขาต้องหาทางแก้ไข

VI จำนวนมากเริ่มเปลี่ยนแนวทางการลงทุน หลายคนเริ่มหันมาเก็งกำไร” มากขึ้น เช่น ซื้อขายบ่อยและเร็วขึ้น บางคนก็เล่นหุ้นน้อยตัวและอาจจะเน้นหุ้นที่มีโมเมนตัมคือเป็นหุ้นที่อยู่ในกระแสที่คนสนใจกันมากการคอร์เนอร์หุ้น” ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจมีมากขึ้น เหมือนว่าการลงทุนแบบ VI ดั้งเดิมที่เน้นเรื่องมูลค่าพื้นฐานเปรียบเทียบกับราคาหุ้น และมองหา Margin of Safety หรือส่วนต่างเผื่อความปลอดภัย ที่เป็นหลักการสำคัญที่สุดของ VI นั้น ถูกละเลยไปมาก

กลยุทธ์ใหม่ เหล่านั้นดูเหมือนว่าจะยังใช้ได้สำหรับ VI บางคนที่มีพลังเงินและพอร์ตใหญ่พอที่จะขับเคลื่อนหุ้นได้ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ากลยุทธ์เหล่านี้ก็กำลังได้ผลน้อยลงไปเรื่อย ปรากฏการณ์คอร์เนอร์แตก” ที่หุ้นที่เคยปรับตัวขึ้นไปเร็วมาก ตกลงมาจนแทบเป็นหายนะเมื่อเร็ว นี้ ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยถอนตัวจากหุ้นร้อนไปมาก และคิดถึงการลงทุนในตลาดหุ้นอื่นที่ดูมีอนาคตกว่า

VI อพยพลงทุนต่างประเทศ

นักลงทุน VI เริ่มอพยพ” ย้ายการลงทุนไปต่างประเทศตั้งแต่ประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว นำโดย VI รุ่นแรก ของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนแนวเฮดจ์ฟันด์ ทั้งที่บริหารโดยคนไทยที่ลงทุนเงินของครอบครัวและที่บริหารโดยชาวต่างประเทศที่มองว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะถึงจุดที่โตช้า” แล้ว

ในส่วนของนักลงทุนส่วนบุคคลนั้น ผมเองเป็นคนแรก ที่ไปพร้อม กับนักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็น VI รุ่นเก่าและแนวพันธุ์แท้” ที่เริ่มมองเห็นว่าหุ้น value” ที่เคยหาได้ง่ายมากนั้น ล้วนมีราคาแพงเกินพื้นฐานไปมาก คุณภาพของหุ้นที่เล่นกันก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักแต่มีการชี้นำหรือเชียร์กันหนักมากในสื่อสังคมต่าง ที่มีท่วมตลาด ที่สำคัญคือ ราคาหุ้นเหล่านั้นต่างก็วิ่งกันขึ้นเป็นร้อย เปอร์เซ็นต์ในเวลาอันสั้น

ตลาดหุ้นเวียดนามดูเหมือนจะเป็นแห่งแรกของการอพยพ” ออกจากตลาดหุ้นไทย เวียดนามถูกมองว่าอุดมสมบูรณ์มากสำหรับการลงทุนหาทรัพยากร ซึ่งก็คือ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากการลงทุน เหตุผลหลักตั้งแต่แรกก็คือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีและโครงสร้างพื้นฐานที่จะดีต่อไป เช่น ในเรื่องของคนที่ยังเป็นหนุ่มสาวและมีศักยภาพสูงรวมถึงการที่ประเทศอยู่ใกล้และมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับไทยมากเป็นเหตุผลสำคัญในช่วงแรกของการลงทุน

บุกเวียดนาม

หลังจากรอบแรก” ของการอพยพไปเวียดนามผ่านไป ความก้าวหน้าของเวียกนามก็ดีขึ้นเรื่อย เศรษฐกิจที่เคยดีกลายเป็นดารา” และโตเร็วเป็นอันดับต้นของอาเซียนและโลก ถนนทุกสายตอนนี้แทบมุ่งสู่เวียดนาม

อานิสงส์ส่วนหนึ่งจากการเป็นตัวเลือกของฝ่ายโลกเสรี” ที่กำลังมีปัญหากับจีน ดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามสะท้อนความก้าวหน้านั้น และวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วและสูงมากและสูงกว่าไทยสมัยที่ตลาดเคยรุ่งเรือง นักลงทุนไทยแนว VI รุ่นใหม่เริ่มสนใจลงทุนผ่านกองทุนรวมเวียดนามที่เปิดเพิ่มขึ้นมากมายไม่ต้องพูดถึงกองทุนรวมส่วนบุคคลของกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูงที่ซื้อความคิดว่า เวียดนามคือตลาดที่มีอนาคตในระยะยาว

ต่อจากตลาดหุ้นเวียดนาม การอพยพยังดำเนินต่อไปยังตลาดหุ้นอเมริกาสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่โดยเฉพาะที่มีการศึกษาจากต่างประเทศที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและรู้จักบริษัทระดับโลกจำนวนมากที่อยู่ในสหรัฐ แต่สิ่งที่ทำให้คนสนใจลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาจริง น่าจะอยู่ที่ผลตอบแทนตลาดหุ้นอเมริกาโดยเฉพาะในช่วงโควิด19 นั้นเติบโตโดดเด่นมากซึ่งทำให้นักลงทุนไทยลดการลงทุนในตลาดไทยลงและหันไปลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาแทน เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ โครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนในการซื้อขายหุ้นสหรัฐนั้นมีประสิทธิภาพและถูกลงมาก

บุกจีน

จีนเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักลงทุนอพยพไปหาการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า คนที่ไปจีนนั้นผมคิดว่าเป็นเพราะหุ้นมีราคาถูกมาก” วัดจากมาตรฐานแบบ VI เช่นค่า PE และ Market Cap. โดยเฉพาะของหุ้นเทคโนโลยีขนาดยักษ์ทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในหุ้นจีนดูเหมือนว่าจะยังไม่ออกผล อานิสงส์ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากนโยบายของรัฐบาลจีนที่ในระยะหลังไม่เอื้ออำนวยกับตลาดทุนนัก ทำให้นักลงทุนหลายคนดูว่าเป็นตลาดที่ยังมีความเสี่ยงสูงเกินไป และคนที่ไปดูเหมือนว่าจะต้องมีความรู้และความเข้าใจมากกว่าคนที่ไปลงทุนในต่างประเทศอื่น

การอพยพจากตลาดหุ้นไทยดูเหมือนว่าจะยังไม่จบ นักลงทุนต่างชาติเองก็ทยอยอพยพออกต่อเนื่อง คิดเป็นเงินหลายแสนล้านบาทในช่วงหลาย ปีมานี้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้ไทยเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ในสายตาของนักลงทุนเหมือนดังแต่ก่อน