จีนจัดเรือใหญ่ไฟเขียวรับไก่แช่แข็งน้ำโขงล็อตแรกรอบ 13 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 มี.ค.2561) ที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยตู้คอนเทนเนอร์บรรจุผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกเที่ยวปฐมฤกษ์จาก อ.เชียงแสน ไปทางแม่น้ำโขงสู่ท่าเรือกวนเหล่ย ซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านในแม่น้ำโขงของประเทศจีน มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ระยะทางประมาณ 263 กิโลเมตร โดยมีนายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำ จ.เชียงใหม่ นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายพินิจ แก้วจิตคงทอง นายอำเภอเชียงแสน ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย และนายแพทย์อนันต์ ศิริมงคลเกษม นายสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย พร้อมผู้ประกอบการส่งออกเข้าร่วมครบครัน

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทยได้รับการยอมรับไปทั่วโลก โดยเป็นสินค้าส่งออกสูงถึงร้อยละ 85 ในกลุ่มสินค้าปศุสัตว์ทั้งหมด โดยกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสัตว์ปีก และสมาคมที่เกี่ยวข้อง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากบราซิลและอเมริกา ขณะเดียวกันหลายประเทศยังอนุญาตให้โรงงานผลิตเนื้อไก่ดิบสดแช่แข็งและเนื้อไก่ปรุงสุกของไทยส่งออกไปได้อีกด้วย คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป
โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เราถือเป็นอันดับ 1 ส่วนประเทศจีนนั้นเดิมเคยมีการส่งออกไปเช่นกัน แต่ปี 2547 เกิดโรคไข้หวัดนกระบาดจึงได้หยุดส่งออก กระทั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายส่งเสริมการส่งออก กรมปศุสัตว์จึงได้เชิญคณะผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนมาตรวจดูโรงงานผลิตของไทย 19 แห่ง ผลปรากฏว่าทางการจีนพอใจและมีข้อตกลงให้การกลับมาส่งออกอีกครั้ง
นายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญของจีน ซึ่งภายหลังจากเกิดปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาด ทางการจีนก็เฝ้าดูการผลิตและต้องการฟื้นฟูการนำเข้าจากไทยอีกครั้งโดยเร็ว เพราะตลาดในประเทศจีนต้องการสินค้าประเภทนี้เพื่อบริโภคปีละกว่า 10 ล้านตัน และปี 2560 มีการนำเข้าไปเพียง 450,000 ตัน มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นสินค้าไทยที่นำเข้าสู่จีนสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดได้ดี และเชื่อว่าจะเพิ่มมากขึ้นทุกปีด้วย

นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากการที่คณะผู้เชี่ยวชาญจากจีนได้มาตรวจดูโรงงานผลิตของไทยทั้ง 19 แห่ง ได้ให้การรับรองโรงเชือดสัตว์ปีกในไทยเบื้องต้นแล้ว 7 แห่ง ทำให้จำนวนนี้สามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ไปยังจีนได้ในครั้งนี้ และหลังจากนี้ก็สามารถส่งออกไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างรายได้ปีละกว่า 7,000 ล้านบาท หากในอนาคตมีโรงงานที่ผ่านการประเมินครบทั้ง 19 แห่ง จะทำให้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาทต่อปี
ด้านนายสุรนาถ ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย กล่าวว่า เรือสินค้าจีนที่ไปรอรับสินค้าที่ท่าเรือเชียงแสนปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยออกแบบให้รองรับตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ลำเรือมีความยาวกว่า 61 เมตร จากเดิมที่เรือจะกว้างแค่ประมาณ 50 เมตร และเรือแบบใหม่ยังกว้างกว่า 9.50 เมตร ถือเป็นเรือขนาด 874 ตันกรอส ที่มีระวางบรรทุกสินค้าได้กว่า 568 ตันกรอส หรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ได้รวมกันถึง 15 ตู้ ซึ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏให้เห็นในแม่น้ำโขงย่านนี้ กระนั้นช่วงนี้เป็นฤดูแล้งอาจจะขนลำเลียงไปได้แค่ประมาณ 4-6 ตู้ แต่ในฤดูน้ำหลากคงสามารถลำเลียงได้มากเต็มพิกัด เพราะออกแบบมาให้กินน้ำลึกเพียงแค่ 2 เมตรเท่านั้น ขณะที่ปัจจุบันระดับน้ำลึกประมาณ 2.40 เมตร
รายงานข่าวแจ้งว่า รอบปีที่ผ่านมาจีนเร่งพัฒนาท่าเรือเมืองกวยเหล่ยให้เป็นช่องทางพิเศษช่องทางเดียวใน 3 มณฑลตอนใต้ เพื่อการขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดแช่แข็งและผักผลไม้ตามเส้นทางวันเบลวันโรด โดยใช้งบประมาณกว่า 350 ล้านบาท พัฒนาท่าเรือพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร ให้มีท่าเรือ ห้องเย็นรองรับได้กว่า 3,800 ตัน หมุนเวียนได้ปีละกว่า 150,000 ตัน