“สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
“สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประชุมขับเคลื่อนนโยบาย รมว.เกษตรฯ เน้นยกระดับเศรษฐกิจภาคเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร พร้อมติดตาม 3 ประเด็นสำคัญ ทั้งบริหารจัดการลุ่มน้ำยม การควบคุมแมลงวันผลไม้ และส่งออกนมไปอินโดนีเซีย ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เผยดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 10,923 แห่ง สมาชิก 11.22 ล้านราย มีปริมาณธุรกิจรอบ 11 เดือนรวม 2.749 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85%
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ และประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569
โดยมีนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุม ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร
นายสมศักดิ์กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือกรอบแนวคิดและข้อเสนอการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งยกระดับเศรษฐกิจภาคเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เกษตรกรทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังติดตามการดำเนินงานและโครงการสำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมถึงความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ติดตาม 3 ประเด็น ลุ่มน้ำยม-แมลงวันผลไม้-ส่งออกนม
นายสมศักดิ์ระบุว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้า 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- แนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำยม เพื่อลดความเสียหายในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
- การบริหารจัดการแมลงวันผลไม้แบบครอบคลุมพื้นที่ โดยใช้เทคนิคแมลงเป็นหมันร่วมกับวิธีการผสมผสาน รวมถึงโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านการควบคุมแมลง หรือยุง ด้วยแบคทีเรียโวลบาเกีย
- ความคืบหน้ากรณีการส่งออกสินค้านมไปยังประเทศอินโดนีเซีย
การประชุมจึงเป็นทั้งเวทีถ่ายทอดนโยบาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามความก้าวหน้า เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนโยบายรัฐบาล
กรมสหกรณ์ดูแล 10,923 แห่ง สมาชิก 11.22 ล้านราย
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2569 ว่า กรมฯ มีภารกิจส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศรวม 10,923 แห่ง สมาชิก 11.22 ล้านราย
โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่
นโยบายแรก ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร หรือ Agricultural Service Providers ส่งเสริมให้สหกรณ์ทุกประเภทมีแอปพลิเคชันสำหรับสมาชิกตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน และสนับสนุนนวัตกรรม อุปกรณ์ และสิ่งก่อสร้างเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ
นโยบายที่ 2 เพิ่มรายได้เกษตรกร ผ่านการส่งเสริมเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน พัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น พัฒนาอาชีพในพื้นที่ คทช. แก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ และส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้เพิ่ม
นโยบายที่ 3 พัฒนาศักยภาพเกษตรกร โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ยกระดับสถาบันเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการขนส่ง และสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์
นโยบายที่ 4 ตลาดนำการผลิต โดยยกระดับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC จำนวน 125 แห่งทั่วประเทศ และพัฒนาแพลตฟอร์มสินค้าสหกรณ์ในรูปแบบดิจิทัล ภายใต้ชื่อ “Co-op Easy shop”
ธุรกิจสหกรณ์ 11 เดือนแตะ 2.749 ล้านล้าน
สำหรับผลการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ในรอบ 11 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงกรกฎาคม 2569 มีปริมาณธุรกิจรวม 2.749 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 223,619 ล้านบาท หรือ 8.85%
ธุรกิจที่ขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการและส่งเสริมการเกษตร เพิ่มขึ้น 1,072.84 ล้านบาท หรือ 28.70%
รองลงมา ธุรกิจการรับฝากเงิน เพิ่มขึ้น 192,464.85 ล้านบาท หรือ 22.20% และธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย เพิ่มขึ้น 8,288.11 ล้านบาท หรือ 12.98%
หนุนกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 5 พันล้าน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมุ่งยกระดับสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของเกษตรกร โดยผลักดันให้สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร
พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการด้านการตลาดผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในระยะยาว.